ฎีกาที่ 3086/2537
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องคดีทั้งสามสำนวนข้อหาลักทรัพย์หรือ รับของโจร โดยบรรยายว่าระหว่างเวลาที่ทรัพย์ถูกลักไปซึ่งแตกต่างกัน จนถึงวันที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลย รับของโจร จึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน เพราะว่าเวลาที่จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐาน รับของโจร แตกต่างกัน แม้จำเลยทั้งสองจะถูกจับพร้อมรถจักรยานยนต์ทั้งสามคันในขณะเดียวกัน ก็หาทำให้การกระทำดังที่โจทก์บรรยายฟ้อง กลายเป็นความผิดกระทงเดียวและกรรมเดียวกัน
ย่อยาว
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 335, 357 และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีก่อน จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปีข้อหาอื่นให้ยก คำขอให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 424/2535 และ 1778/2535 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวได้พิพากษาแล้ว ให้ยกคำขอ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า เมื่อวันที่10 มีนาคม 2535 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ได้มีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 7 น-6366ของผู้เสียหายไปจากตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมครั้นวันที่ 17 มีนาคม 2535 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองระนองพบจำเลยทั้งสองและนายวชิระ วรทรัพย์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครครอบครองรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปดังกล่าวกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน อีก 2 คัน คือหมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 3 ป-4392 และกรุงเทพมหานคร6 บ-1371 ที่ถูกคนร้ายลักไปเช่นเดียวกัน คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าคดีนี้เป็นคดีที่ฟ้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีอาญาที่จำเลยทั้งสองถูกฟ้องในคดีหมายเลขแดงที่ 261/2536และคดีหมายเลขแดงที่ 4534/2535 ของศาลชั้นต้น หรือไม่ ปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 261/2536 ว่า วันที่8 มีนาคม 2535 เวลากลางวันคนร้ายลักรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร 6 บ-1371 ไป เหตุเกิดที่ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพรานจังหวัดนครปฐม ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4534/2535 คนร้ายลักจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 3 ป-4392 ไปเมื่อวันที่14 มีนาคม 2535 เวลากลางคืนหลังเที่ยง เหตุเกิดที่ตำบลอ้อมน้อยอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนคดีนี้เหตุเกิดที่ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่10 มีนาคม 2525 เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีทั้งสามสำนวนดังกล่าวข้อหาลักทรัพย์ รับของโจร โดยบรรยายว่าระหว่างเวลาที่ทรัพย์ถูกลักไปจนถึงวันที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้เวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลย รับของโจร จึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน เพราะว่าเวลาที่จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐาน รับของโจร แตกต่างกัน แม้จำเลยทั้งสองจะถูกจับกุมพร้อมรถจักรยานยนต์ทั้งสามคันในขณะเดียวกัน ก็หาทำให้การกระทำดังที่โจทก์บรรยายฟ้อง กลายเป็นความผิดกระทงเดียวและกรรมเดียวกัน ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม โจทก์ นาย โสภณ เทศ สมบูรณ์ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 91 , ม. 335 , ม. 357