ฎีกาที่ 2129/2537
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณากลับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2กระทำความผิดฐาน รับของโจร ดังนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม บัญญัติว่า ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียดมิให้ถือว่าแตกต่างในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอ หรือเป็นข้อหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ประกอบกับจำเลยที่ 2 ไม่ได้หลงข้อต่อสู้ จึงชอบที่ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐาน รับของโจร ได้ ส่วนการที่พนักงานสอบสวน มิได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนจำเลยที่ 2 ในข้อหาฐาน รับของโจร เป็นเรื่องที่กฎหมายห้ามมิให้พนักงานอัยการนำคดีในข้อหาดังกล่าวมาฟ้องต่อศาลเท่านั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกโดยมีอาวุธปืนพกติดตัวได้ร่วมกันปล้นเอารถจักรยานยนต์ 1 คัน ราคา 30,000 บาท ของนายสุนัน สอนคำ ผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 83 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก (ที่ถูกมาตรา 357 วรรคสอง)ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในประการต่อมาว่าศาลล่างทั้งสองไม่มีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐาน รับของโจร เพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2และไม่ได้ทำการสอบสวนจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐาน รับของโจร ทั้งเป็นการพิพากษานอกเหนือคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องแตกต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณาในข้อหาสาระสำคัญจนไม่อาจจะรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้นั้น เห็นว่าการที่พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนจำเลยที่ 2 ในข้อหาฐาน รับของโจร เป็นเรื่องที่กฎหมายห้ามมิให้พนักงานอัยการนำคดีมาฟ้องในข้อหาดังกล่าวเท่านั้น เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณากลับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐาน รับของโจร ข้อแตกต่างดังกล่าวประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม บัญญัติบังคับไว้ว่าเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียด มิให้ถือว่าแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษประกอบกับจำเลยที่ 2 ไม่ได้หลงต่อสู้ ชอบที่ศาลล่างทั้งสองจะลงโทษจำเลยที่ 2 ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณา คือข้อความผิดฐาน รับของโจร ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2129/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี โจทก์ นาย สนธยา ชัยพิมาย กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 120 , ม. 192 วรรคสาม