ฎีกาที่ 4901/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่จำเลยซื้อกล้องถ่ายรูปจาก ส. ซึ่งเป็นช่างถ่ายรูปนอกสถานที่สะพาย กล้องถ่ายรูปมาที่ร้านอาหารของพี่สาวจำเลยบ่อย ๆ ในราคาพอสมควรตามสภาพของกล้องไม่ต่ำกว่าราคาท้องตลาดมากนัก และเป็นการซื้อขายโดยเปิดเผยที่ร้านอาหาร มิได้ปิดบังซ่อนเร้นแต่อย่างใดเมื่อซื้อมาแล้วจำเลยก็นำมาใช้โดยเปิดเผยและให้ญาติพี่น้อง ยืมไปใช้ พฤติการณ์ต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าจำเลย ซื้อกล้องถ่ายรูปมาจากนาย ส. ด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยสุจริตและโดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคากล้องถ่ายรูปจำนวน2 กล้องรวมเป็นเงิน 31,100 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่ง จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินหรือใช้ราคากล้องยี่ห้อยาชิก้า หมายเลข 5017920 แก่ผู้เสียหายด้วยคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าจำเลยรับซื้อกล้องถ่ายรูปดังกล่าวจากนายสุวัฒน์ซึ่งจำเลยรู้จักแต่เพียงผิวเผินในฐานะที่เป็นลูกค้าคนหนึ่งของร้านอาหารนางสาวเพ็ญนีพี่สาวจำเลย มิได้ซื้อในร้านค้าหรือสถานที่ที่จำหน่ายกล้องถ่ายรูปตามปกติทั่ว ๆ ไปและซื้อไว้ในราคาเพียง5,500 บาท ขณะที่กล้องดังกล่าวมีราคา 9,000-10,000 บาทแสดงว่าจำเลยรับซื้อโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ นั้น เห็นว่า ในปัญหานี้จำเลยนำสืบว่านายสุวัฒน์เป็นช่างถ่ายรูปนอกสถานที่สะพาย กล้องถ่ายรูปมาที่ร้านอาหารของพี่สาวจำเลยบ่อย ๆ และมีอยู่หลายกล้องเสนอขายกล้องในราคา 7,000 บาทและเป็นกล้องเก่าแล้ว เพราะจะเห็นได้จากตั๋วรับจำนำเอกสารหมาย จ.6 ระบุว่าเป็นกล้องที่ชำรุดกะเทาะและจำนำได้เพียง 2,800 บาท เท่านั้น การที่จำเลยต่อรองราคาเหลือ 5,500 บาท จึงเป็นราคาพอสมควรตามสภาพของกล้องไม่ต่ำกว่าราคาท้องตลาดมากนักและเป็นการซื้อขายโดยเปิดเผยที่ร้านอาหาร มิได้ปิดบังซ่อนเร้นแต่อย่างใด เมื่อซื้อมาแล้วจำเลยก็นำไปใช้โดยเปิดเผยและให้ญาติพี่น้องยืมไปใช้อีกด้วย พฤติการณ์ต่าง ๆ ของจำเลยที่นำสืบมาดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นว่าจำเลยซื้อกล้องถ่ายรูปจากนายสุวัฒน์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยสุจริตและโดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ จำเลยจึงหามีความผิดฐานรับของโจรไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4901/2536 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย ธนากร แซ่ฉั่ว จำเลย ป.อ. ม. 357 วรรคหนึ่ง