ฎีกาที่ 1932/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเคยขอให้โจทก์หาที่พักต่างหากจากที่อาศัยอยู่กับเพื่อนในค่ายทหารที่จังหวัดนครพนม แต่โจทก์ไม่ดำเนินการใด ฉะนั้นการที่จำเลยยังคงทำงานและพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครจึงเป็นเพราะโจทก์ไม่ขวนขวายหาที่พักอันเหมาะสม เพื่อโจทก์จำเลยจะได้อยู่ร่วมกันส่อเจตนาว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยไปอยู่ร่วมกัน กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่า การที่จำเลยมีหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาของโจทก์ขอค่าเลี้ยงดูจากโจทก์ตามคำแนะนำของนายทหารพระธรรมนูญซึ่งผู้บังคับบัญชาของโจทก์ผู้แนะนำให้ไปหารือด้วยนั้นเป็นการดำเนินการไปตามข้อบังคับทหารว่าด้วยการปกครอง ครอบครัว เมื่อข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าโจทก์ได้รับความเดือดร้อนเกินควรจากการกระทำดังกล่าวของจำเลยแต่กลับได้ความว่าโจทก์ได้เลื่อนยศตามลำดับตามการร้องเรียนของจำเลยจึงไม่ถึงขนาดทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงอันจะเป็นเหตุฟ้องหย่าได้เช่นเดียวกัน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปีและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง ขอให้บังคับจำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยา จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้จงใจละทิ้งร้างโจทก์ มิได้ทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา และโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยว่าโจทก์พักอาศัยอยู่กับเพื่อนโจทก์ในค่ายทหารตลอดมาเมื่อจดทะเบียนสมรสกันแล้วจำเลยได้ขอให้โจทก์หาที่พักต่างหากเพื่อจำเลยจะได้โอนย้ายไปอยู่กับโจทก์ แต่โจทก์ไม่ดำเนินการประการใดในข้อนี้โจทก์เองก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยโดยรับว่าโจทก์พักอาศัยอยู่กับเพื่อนทหารสองคน และจำเลยเคยขอให้โจทก์หาบ้านพักในจังหวัดนครพนม แต่โจทก์ไม่สามารถหาได้ ทั้งได้ความจากร้อยโทวรายุทธ สียางนอก ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ พยานโจทก์เองว่าโจทก์ไม่เคยขอบ้านพักในค่ายทหารจากพยาน จากข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าวเห็นได้ว่าการที่จำเลยยังคงทำการงานและพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครก็เพราะโจทก์ไม่ขวนขวายหาที่พักอันเหมาะสมเพื่อโจทก์จำเลยจะได้อยู่ร่วมกัน ส่อเจตนาว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยไปอยู่ร่วมกันมากกว่า กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ ส่วนการที่จำเลยมีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.2 ถึงผู้บังคับบัญชาของโจทก์ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยได้ดำเนินการไปตามคำแนะนำของนายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งผู้บังคับบัญชาของโจทก์เป็นผู้แนะนำให้ไปหารือด้วย ทั้งเป็นการดำเนินการไปตามข้อบังคับทหารว่าด้วยการปกครอง ครอบครัว ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2483 ข้อ 5 ตามเอกสารหมาย ปล.1 ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาไม่ได้ความว่าโจทก์ได้รับความเดือดร้อนเกินควรจากการกระทำดังกล่าวของจำเลยในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาระหว่างโจทก์จำเลยมาคำนึงประกอบแล้ว แต่กลับได้ความจากคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เลื่อนยศตามลำดับมา การร้องเรียนตามเอกสารหมาย จ.2 ของจำเลยไม่ถึงขนาดทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงอันจะเป็นเหตุหย่าได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2536 จ่าสิบเอก พิฑูรย์ แสนโสม โจทก์ นาง จำ เนียร สอน สูญ จำเลย ป.พ.พ. ม. 1516 (4) , ม. 1516 (6)