ฎีกาที่ 2105/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การจดทะเบียน ภาระจำยอม นั้นพึงต้องถือว่าเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ ภาระจำยอม ประการหนึ่ง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1391 แม้โจทก์จะได้มาซึ่งทาง ภาระจำยอม โดยอายุความ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็ชอบที่จะเรียกให้จำเลยที่ 1 เจ้าของภารยทรัพย์จดทะเบียนทาง ภาระจำยอม แก่ตนได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5684 ตำบลบางซื่อ อำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6029 และ 1533ตามลำดับ โจทก์และบริวารได้ใช้ที่ดินบางส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2ตรงแนวติดต่อกับโฉนดเลขที่ 496 กว้าง 1 เมตร ในที่ดินจำเลยที่ 1ยาว 18 เมตร ในที่ดินจำเลยที่ 2 ยาว 24 เมตร เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 28 ปี แต่เมื่อวันที่ 30และ 31 พฤษภาคม 2530 จำเลยที่ 2 ได้ใช้ไม้และสังกะสีตอกปิดกั้นทาง ภาระจำยอม ดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์และบริวารไม่สามารถใช้เข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยที่ 2รื้อถอนสิ่งปิดกั้นและให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียน ภาระจำยอม ที่ดินของจำเลยทั้งสองแก่ที่ดินของโจทก์แล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยขอให้พิพากษาว่าที่ดินของจำเลยทั้งสองบางส่วนตามรูปแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ตกอยู่ภายใต้ ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียน ภาระจำยอม มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนสิ่งปิดกั้นทาง ภาระจำยอม และห้ามจำเลยทั้งสองทำการใด ๆอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่ง ภาระจำยอม ลดไปหรือเสื่อมความสะดวก จำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 5684 ได้ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์และบริวารได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินตั้งแต่ปี 2506 และเพิ่งย้ายกลับมาปลูกสร้างบ้านเมื่อปี 2522 ระหว่างที่อยู่อาศัย โจทก์และบริวารใช้ทางเดินด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์ผ่านที่ดินของผู้อื่นไปสู่ถนนสาธารณะไม่เคยใช้ทางเดินของจำเลยที่ 1 โจทก์มิได้บรรยายว่า จำเลยที่ 1ทำละเมิดต่อโจทก์อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดินของจำเลยที่ 2 ไม่มีด้านใดติดทางสาธารณะ โจทก์และบริวารไม่เคยใช้ที่ดินของจำเลยที่ 2เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 6029ตำบลบางซื่อ อำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ 1 กว้าง1 เมตร ยาว 18 เมตร ตามเส้นสีเหลืองในแผนที่สังเขปเอกสารหมาย ล.3ตกเป็น ภาระจำยอม แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 5684 ตำบลบางซื่ออำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียน ภาระจำยอม ที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้แก่ที่ดินโจทก์ หากไม่ไป ให้ใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ปิดกั้นทาง ภาระจำยอม หรือทำให้ประโยชน์แห่ง ภาระจำยอม ลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยไปจดทะเบียน ภาระจำยอม แก่โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจดทะเบียน ภาระจำยอม นั้นพึงต้องถือว่าเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ ภาระจำยอม ประการหนึ่ง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1391 ซึ่งบัญญัติว่าเจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ ภาระจำยอม แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง ฯลฯ เช่นนี้แม้จะได้มาซึ่งทาง ภาระจำยอม โดยอายุความ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็ชอบที่จะเรียกให้จำเลยที่ 1 เจ้าของภารยทรัพย์จดทะเบียนทาง ภาระจำยอม แก่ตนได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2536 นาง ลออ แสงมั่ง โจทก์ นาย เชาวน์ วัฒนาจินดา ที่ 1 นางเจือ จันทร์ จำเลย หรือ นาวาอากาศโท หญิง เจือจันทร์ วิมล ใย ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 1391 , ม. 1401