ฎีกาที่ 4718/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับ แพทย์ผู้ตรวจลงความเห็นว่าใช้เวลารักษาไม่เกิน 24 วัน แต่ผู้เสียหายก็เบิกความยอมรับว่ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 5 วัน กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีก7 วัน จึงไปทำงานได้ แม้ว่ามีดพร้าที่จำเลยใช้เป็นอาวุธฟันผู้เสียหายอาจทำให้ถึงตายได้ และผู้เสียหายมีบาดแผลที่หูและที่ศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญก็ตาม แต่แพทย์เย็บบาดแผลทั้งหมดให้เพียง 7 เข็ม ทั้ง ๆ ที่จำเลยฟันหลายครั้ง ชี้ให้เห็นว่าจำเลยฟันไม่แรง นอกจากนี้ผู้เสียหายยังเบิกความอีกว่าหากจำเลยจะฟันคอผู้เสียหายก็ฟันได้ แต่จำเลยไม่ทำ แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนา ฆ่า จึงลงโทษจำเลยฐานพยายาม ฆ่า ผู้เสียหายไม่ได้การกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีดพร้าเป็นอาวุธฟันนายบุญช่วยจันทรกาญจน์ ผู้เสียหาย หลายครั้งโดยเจตนา ฆ่า จำเลยลงมือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำดังกล่าวไม่บรรลุผล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย แต่ให้การปฏิเสธข้อหาพยายาม ฆ่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาพิพากษา มีเหตุบรรเทาโทษให้แก่จำเลย ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้แพทย์ผู้ตรวจจะลงความเห็นว่า บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับจะใช้เวลารักษาไม่เกิน 24 วัน แต่ผู้เสียหายก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านยอมรับว่า รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล5 วัน กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีก 7 วัน จึงไปทำงานได้แม้ว่าตามลักษณะของมีดพร้าที่จำเลยใช้เป็นอาวุธฟันผู้เสียหายดังกล่าวอาจทำให้ถึงตายได้และผู้เสียหายมีบาดแผลที่หูและที่ศีรษะด้านขวาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญก็ตาม แต่แพทย์เย็บบาดแผลทั้งหมดให้เพียง7 เข็ม ทั้ง ๆ ที่จำเลยฟันหลายครั้ง ชี้ให้เห็นว่า จำเลยฟันไม่แรงผู้เสียหายจึงมีบาดแผลไม่ฉกรรจ์ นอกจากนี้ผู้เสียหายยังเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านอีกว่าหากจำเลยจะฟันคอผู้เสียหายก็ฟันได้แต่จำเลยไม่ทำ แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนา ฆ่า ผู้เสียหาย จึงลงโทษจำเลยฐานพยายาม ฆ่า ผู้เสียหายไม่ได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4718/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด อุบลราชธานี โจทก์ พลทหาร สุริยา สมาน ทอง จำเลย ป.อ. ม. 80 , ม. 288 , ม. 295