ฎีกาที่ 4715/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยใช้มีดของกลางแทงไปที่กลางหน้าอกของผู้ตาย ซึ่งมีอวัยวะสำคัญอยู่ภายในอย่างแรง แม้แทงเพียงครั้งเดียว แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนา ฆ่า ผู้ตาย ผู้ตายกับจำเลยด่ากันโดยใช้ถ้อยคำหยาบคายเป็นประจำทุกวันแม้ในวันเกิดเหตุผู้ตายด่าจำเลยว่า "ไอ้หน้าหีหน้าแตด ไม่ช่วยทำมาหากิน" ก็เป็นเพียงการกล่าวถ้อยคำหยาบคายตามปกติ ทั้งขณะเกิดเหตุเพื่อนบ้านที่ร่วมดื่มสุรากับจำเลยก็กลับไปแล้ว คำกล่าวของผู้ตายจึงไม่ได้ทำให้จำเลยต้องอับอายขายหน้าบุคคลอื่น จะถือว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมไม่ได้ การที่จำเลยแทงผู้ตายจึงไม่ใช่เพราะเหตุบันดาลโทสะ หากแต่เป็นเพราะจำเลยโกรธเคืองที่ผู้ตายด่าว่าจำเลย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33และริบมีดของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ประกอบมาตรา 72 จำคุก 3 ปีของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 วางโทษจำคุก 18 ปี คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 12 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยใช้มีดของกลางแทงไปที่กลางหน้าอกของผู้ตายซึ่งมีอวัยวะสำคัญอยู่ภายในอย่างแรง แม้แทงเพียงครั้งเดียว แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนา ฆ่า ผู้ตาย ปัญหาประการต่อไปว่า การที่จำเลยแทงผู้ตายเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่า จำเลยกับผู้ตายอยู่กินกันฉันสามีภริยามานานประมาณ 30 ปี มีบุตรด้วยกัน 4 คน ผู้ตายกับจำเลยทะเลาะกันโดยใช้ถ้อยคำหยาบคายเป็นประจำทุกวัน ในวันเกิดเหตุก่อนจำเลยใช้มีดแทงผู้ตาย แม้ผู้ตายด่าจำเลยก่อนว่า "ไอ้หน้าหีหน้าแตด ไม่ช่วยทำมาหากิน" ก็เป็นเพียงการกล่าวถ้อยคำหยาบคายในขณะทะเลาะกันตามปกติที่เคยเป็นมา และขณะที่จำเลยแทงผู้ตายนั้นเพื่อนบ้านอีก 2 คนที่ร่วมดื่มสุรากับจำเลยและผู้ตายกลับไปแล้วคำกล่าวของผู้ตายจึงมิได้ทำให้จำเลยต้องอับอายขายหน้าบุคคลอื่นจะถือว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมหาได้ไม่การที่จำเลยแทงผู้ตายจึงมิใช่เพราะเหตุบันดาลโทสะ หากแต่เป็นเพราะจำเลยโกรธเคืองที่ผู้ตายด่าว่าจำเลย แต่เนื่องจากจำเลยกับผู้ตายอยู่กินกันฉันสามีภริยามานานและจำเลยกระทำผิดคดีนี้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษต่ำลงอีก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 15 ปี คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4715/2536 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย คำ พัน ธ์ สุภา วงศ์ จำเลย ป.อ. ม. 59 วรรคสอง , ม. 72 , ม. 288