ฎีกาที่ 3944/2535
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญา เช่าซื้อ กำหนดว่า ผู้ เช่าซื้อ จะต้องชำระค่า เช่าซื้อ ตามกำหนดเวลารวม 36 งวด ถ้าผู้ เช่าซื้อ ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ งวดหนึ่งงวดใด ให้ถือว่าสัญญา เช่าซื้อ เลิกกัน แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1ชำระค่า เช่าซื้อ ในงวดที่ 1 ถึงที่ 10 ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาตลอดมา แต่โจทก์ก็ยอมรับชำระโดยมิได้ทักท้วง แสดงว่าในทางปฏิบัติโจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้ถือเอากำหนดเวลาชำระค่า เช่าซื้อ ตามสัญญาเป็นสาระสำคัญต่อไป ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้ชำระค่า เช่าซื้อ งวดที่ 11 จะถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดผิดสัญญาและสัญญา เช่าซื้อ เลิกกันไปตามสัญญาไม่ได้ กรณีเช่นนี้หากโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาโจทก์จะต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในกำหนดเวลาที่สมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 เสียก่อน เมื่อจำเลยที่ 1ไม่ชำระโจทก์จึงจะบอกเลิกสัญญาได้ อย่างไรก็ตามการที่โจทก์ยึดรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 เพราะเหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่า เช่าซื้อ ในงวดต่อมา และจำเลยที่ 1 ก็ยินยอมให้ยึดโดยไม่โต้แย้ง เป็นพฤติการณ์ที่ถือว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจที่จะเลิกสัญญากันโดยปริยายนับแต่วันที่โจทก์ยึดรถยนต์พิพาทคืน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ รถยนต์บรรทุกสิบล้อไปจากโจทก์ 1 คัน ราคา 999,000 บาทชำระค่า เช่าซื้อ ในวันทำสัญญาเป็นเงิน 10,000 บาท ค่า เช่าซื้อ ส่วนที่เหลือชำระเป็นงวดรายเดือนรวม 36 งวด งวดแรกชำระในวันที่30 พฤศจิกายน 2527 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 30 ของเดือนถัดไปจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1ผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ ตั้งแต่งวดที่ 11 ซึ่งจะต้องชำระในวันที่30 กันยายน 2528 สัญญา เช่าซื้อ จึงเป็นอันเลิกกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามสัญญาข้อ 8 โจทก์ยึดรถยนต์พิพาทคืนมาได้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม2530 และขายให้แก่บุคคลอื่นเป็นเงิน 440,000 บาท ราคารถยนต์คันดังกล่าวจึงยังขาดอยู่อีกเป็นเงิน 326,000 บาท นอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังจะต้องร่วมกันรับผิดในค่าเสียหายส่วนที่โจทก์ไม่อาจนำรถยนต์พิพาทออกให้ผู้อื่นเช่าได้อีกเดือนละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน510,000 บาท ด้วย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายทั้งสองรายการแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ผิดนัดหรือผิดสัญญา เช่าซื้อ และสัญญาค้ำประกัน โจทก์ไม่เคยมีหนังสือทวงถามค่า เช่าซื้อ และไม่เคยบอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ แก่จำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์พิพาทไปคืนให้แก่โจทก์เอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 1ทำสัญญา เช่าซื้อ รถยนต์บรรทุกสิบล้อจากโจทก์ 1 คัน ราคา 999,000บาท ชำระค่า เช่าซื้อ วันทำสัญญา 10,000 บาท ค่า เช่าซื้อ ที่เหลือแบ่งชำระ 36 งวด รายเดือน งวดแรกชำระวันที่ 30 พฤศจิกายน 2527งวดต่อไปชำระวันที่ 30 ของเดือนถัดไป งวดที่ 1 ถึงที่ 10ชำระงวดละ 19,802 บาท งวดที่ 11 ถึงที่ 35 ชำระงวดละ 30,422 บาทงวดที่ 36 ชำระ 30,430 บาท โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามหนังสือสัญญา เช่าซื้อ และค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 จ.4 พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1ผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ แก่โจทก์อันจะทำให้สัญญา เช่าซื้อ เลิกกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามฟ้องหรือไม่ สัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.3ข้อ 2 กำหนดว่า ผู้ เช่าซื้อ จะต้องชำระค่า เช่าซื้อ ตามกำหนดเวลารวม36 งวด งวดที่ 1 ชำระภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2527 งวดที่ 2ถึงที่ 36 ชำระภายในวันที่ 30 ของเดือนถัดไป จนครบ 36 เดือนข้อ 8 กำหนดว่า ถ้าผู้ เช่าซื้อ ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ งวดหนึ่งงวดใดฯลฯ ให้ถือว่าสัญญา เช่าซื้อ เลิกกัน แต่ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ชำระค่า เช่าซื้อ ในงวดที่ 1 ถึงที่ 10 ตรงตามกำหนดเวลาในสัญญา เช่าซื้อ ข้อ 2 ตามบัญชีการชำระหนี้ปรากฏว่างวดที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ชำระเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2528งวดที่ 3 จำเลยที่ 1 ชำระเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2528 จำเลยที่ 1ชำระค่า เช่าซื้อ ล่าช้าดังนี้ทุกงวด จนถึงงวดที่ 9 ที่ 10 จำเลยที่ 1ชำระเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2529 แสดงว่าจำเลยที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ ให้โจทก์ตั้งแต่ งวดที่ 1 ถึงที่ 10 ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาตลอดมาแต่โจทก์ยอมรับชำระค่า เช่าซื้อ โดยมิได้ทักท้วง พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมแสดงว่าในทางปฏิบัติโจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้ถือเอากำหนดเวลาชำระค่า เช่าซื้อ ตามสัญญาเป็นสาระสำคัญต่อไปดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้ชำระค่า เช่าซื้อ งวดที่ 11 ซึ่งถึงกำหนดชำระวันที่ 30กันยายน 2528 จะถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดผิดสัญญาและสัญญา เช่าซื้อ เลิกกันไปตามข้อ 8 ไม่ได้ กรณีเช่นนี้หากโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาโจทก์จะต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ ภายในกำหนดเวลาที่สมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387เสียก่อน เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระโจทก์จึงจะบอกเลิกสัญญาได้ซึ่งในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่า เช่าซื้อ งวดวันที่ 30 กันยายน 2528 แล้วโจทก์ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ได้ผ่อนผันให้จำเลยที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ตรงตามงวดได้ตามสัญญา เช่าซื้อ ข้อ 10 โดยไม่ถือว่าเป็นการผ่อนผันการผิดนัดครั้งอื่น ๆ ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัด ดังนั้น แม้โจทก์จะผ่อนผันการชำระค่า เช่าซื้อ ให้จำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงในสัญญาก็ถือไม่ได้ว่าสัญญาได้เลิกกันไปเองโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการที่โจทก์ยึดรถยนต์พิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2530 ตามเอกสารหมาย ล.5เพราะเหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่า เช่าซื้อ ในงวดต่อมา และจำเลยที่ 1 ก็ยินยอมให้ยึดโดยไม่โต้แย้ง เป็นพฤติการณ์ที่ถือว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจที่จะเลิกสัญญากันโดยปริยายนับแต่วันที่โจทก์ยึดรถยนต์พิพาทคืน คู่สัญญาจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมเทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 615/2531ระหว่างบริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด โจทก์ นายณรงค์ จิรศรยุทธจำเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ใช้รถยนต์พิพาทตั้งแต่วันทำสัญญา เช่าซื้อ คือวันที่ 30 สิงหาคม 2527 จนถึงวันที่ 11 มีนาคม 2530เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือนเศษ โดยจำเลยที่ 1 ได้ชำระค่า เช่าซื้อ ให้โจทก์ 10 งวด เห็นว่า โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่ได้ใช้รถยนต์พิพาทในระยะเวลานั้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงต้องชดใช้ค่าใช้ทรัพย์ให้โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391วรรคสาม เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้รถยนต์พิพาทประกอบอัตราค่า เช่าซื้อ ซึ่งเป็นค่าที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้รถรวมกับราคารถยนต์พิพาทแล้ว เห็นสมควรให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าใช้ทรัพย์ให้โจทก์จำนวน 180,000 บาท และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ด้วย" พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ 180,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3944/2535 บริษัท สยาม นิสสัน ดีเซล เซ ลส์ จำกัด โจทก์ นาย วิเชียร ไตรอรุ ณ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 387 , ม. 574