ฎีกาที่ 3991/2535
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27 ทวิ
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ทวิ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 100
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100 ในการฟ้องร้องคดีอันเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษี หรือเพราะเหตุพึงริบโดยประการอื่นก็ดี หรือยึดเพื่อเอาค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่า...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 4
พ.ศ. 2489 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “สินบน” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับ “รางวัล” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำความผิด “ผู้นำจับ” หม...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 5
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ความผิดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย 1. การควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน 2. การศุลกากร 3. การสำรวจและกักกันข้าว 4. การป้อ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 6
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 6 ผู้นำจับมีสิทธิได้รับสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัล
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 7
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลางหรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 8
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ให้จ่ายสินบนร้อยละสามสิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางหรือค่าปรับ ในกรณีที่ไม่มีผู้นำจับ ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 9
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ในการยื่นฟ้องผู้กระทำผิดซึ่งผู้นำจับหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิจะได้รับเงินสินบนหรือรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัล
ย่อสั้น
ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิจะต้องเป็นการซื้อของที่ตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ซึ่งหน้าที่พิสูจน์ในกรณีนี้ตกอยู่แก่จำเลยที่จะต้องมีภาระการพิสูจน์ว่าสินค้าของกลางซึ่งได้นำเข้ามาจากต่างประเทศได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว ดังที่มาตรา 100 บัญญัติไว้หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะนำสืบไม่ เมื่อจำเลยไม่นำสืบ เพียงแต่อ้างว่าเป็นสินค้าที่จำหน่ายโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะขายในตลาดสุขาภิบาลโดยเปิดเผย จึงเป็นความเข้าใจของจำเลยที่ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวกับกรณีนี้ และไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิด จึงต้องฟังว่าจำเลยซื้อสินค้าของกลางโดยรู้ว่ายังไม่ได้เสียค่าภาษี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า ได้มีผู้นำผ้าผืนจำนวน 924 เมตร ราคา 3,696 บาทจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษี และยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีอากร ซึ่งต้องเสียค่าภาษีอากรขาเข้าสำหรับสินค้าผ้าดังกล่าวเป็นเงิน 7,522.68 บาท รวมราคาสินค้าผ้าและค่าภาษีอากรขาเข้าทั้งสิ้นเป็นเงิน 11,218.68 บาทโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกับยึดผ้าจำนวน924 เมตร ดังกล่าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยเป็นของกลางทั้งนี้โดยจำเลยได้นำผ้าจำนวน 924 เมตร ที่ยังมิได้เสียค่าภาษีและยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง รวมราคาผ้าและค่าภาษีอากรขาเข้าทั้งสิ้นเป็นเงิน 11,218.68 บาท จากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร โดยเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือมิฉะนั้นจำเลยซื้อรับไว้ซึ่งสินค้าผ้าของกลางจำนวน 924 เมตร รวมราคาสินค้าและค่าภาษีอากรขาเข้าเป็นเงิน 11,218.68 บาท จากผู้ลักลอบนำผ้าดังกล่าวจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นผ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469มาตรา 27, 27 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง จ่ายสินบนนำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2499 (ที่ถูกต้องพ.ศ. 2489) มาตรา 6, 9 ปรับ 40,704 บาท ริบของกลางกับให้จ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับ และจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืนแต่ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละ 30 ของค่าปรับและให้จ่ายรางวัลร้อยละ 15 ของค่าปรับแก่เจ้าพนักงานผู้จับจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยซื้อผ้าของกลางในตลาดสุขาภิบาลที่วางขายโดยเปิดเผย ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นสินค้าผ้าที่หลบหนีภาษีศุลกากร และไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนนั้นเห็นว่า โจทก์มีนายเซิ่น เหงียน อาชีพตัดเย็บเสื้อผ้านางพันมหา หนูเผือก อาชีพค้าขายสินค้าที่นำมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เบิกความยืนยันว่าสินค้าผ้าของกลาง ผลิตขึ้นในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามแล้วนำมาจำหน่ายในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ปรากฏว่าจังหวัดนครพนมได้กวดขันเรื่องการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าผ้าที่ผลิตในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แล้วลักลอบเข้ามาในประเทศไทยจากประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาวมีรายละเอียดตามหนังสือราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเอกสารหมาย จ.7เนื่องจากกระทบกระเทือนอุตสาหกรรม ครอบครัว ของประชาชนในจังหวัดดังที่พันตำรวจตรีอำนวย นิยมค้า เบิกความว่าผ้าดังกล่าวมีคุณภาพดีกว่าและถูกกว่าผ้าพื้นเมือง จำเลยเองซึ่งมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าก็นำสืบรับว่า สินค้าผ้าของกลางนำมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เหตุที่ซื้อก็เพราะมีคุณภาพดีและราคาถูกดังนั้น ข้อเท็จจริงในคดีจึงฟังได้ว่าผ้าของกลางเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวซึ่งโดยปกติการนำเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องเสียค่าภาษีหรือได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องจำเลยฎีกาโต้แย้งต่อไปว่า จำเลยซื้อสินค้าผ้าที่วางขายโดยเปิดเผยในตลาดต้องถือว่าสินค้านั้นเป็นผ้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยไม่ควรมีความผิดนั้น ในข้อนี้ เห็นว่าความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ที่แก้ไขแล้วจะต้องเป็นการซื้อของที่ตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังได้แล้วว่าเป็นสินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรคงมีข้อโต้เถียงกันเพียงว่า จำเลยรู้หรือไม่ว่าสินค้าผ้าของกลางไม่ได้เสียค่าภาษี ซึ่งหน้าที่พิสูจน์ในกรณีนี้ตกอยู่แก่จำเลยที่จะต้องมีภาระการพิสูจน์ว่าสินค้าผ้าของกลางได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว ดังที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 บัญญัติไว้ หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะนำสืบไม่ เมื่อจำเลยไม่นำสืบเพียงแต่อ้างว่าเป็นสินค้าที่จำหน่ายโดยถูกต้องตามกฎหมายจึงเป็นความเข้าใจของจำเลยที่ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวกับกรณีนี้ และไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นคดี คดีต้องฟ้องว่า จำเลยซื้อผ้าของกลางโดยรู้ว่ายังไม่ได้เสียค่าภาษีทั้งนี้ไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมหรือไม่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษมาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2535 อัยการ นครพนม โจทก์ นาย ไพโรจน์ อินทร์ ตา จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 ทวิ , ม. 100