ฎีกาที่ 2819/2535
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ จึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาฐาน รับของโจร เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ ต้องถือว่าข้อหาความผิดฐาน รับของโจร ได้ยุติไปแล้ว จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์ ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะวินิจฉัยคือ จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กลับไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีความผิดฐาน รับของโจร และลงโทษจำเลยฐาน รับของโจร ซึ่งยุติไปแล้วนั้นไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จำเลยมีสิทธิฎีกา ขอให้ยกฟ้องข้อหาฐาน รับของโจร ได้ และศาลฎีกาไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ยกฟ้องจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐาน รับของโจร ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันลักเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยใช้ยานพาหนะ หรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกัน รับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335, 336 ทวิ, 357, 83 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหายและนับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอื่น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 7 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ แต่มีความผิดฐาน รับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา357, 83 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานลักทรัพย์ จึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาฐาน รับของโจร เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์กรณีย่อมต้องถือว่าข้อหาความผิดฐาน รับของโจร ได้ยุติไปแล้ว จำเลยอุทธรณ์ขอให้พิพากษายกฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะวินิจฉัยก็คือจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กลับไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐาน รับของโจร และพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐาน รับของโจร ซึ่งยุติไปแล้วนั้น จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จำเลยทั้งสองมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องข้อหาฐาน รับของโจร ได้ และศาลฎีกาไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาฐานลักทรัพย์แล้วศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐาน รับของโจร ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาฐาน รับของโจร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง โจทก์ นาย บุญ เที่ยง หรือ เทียม ฝั้นชมภู จำเลย ป.อ. ม. 335 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 192 , ม. 208