ฎีกาที่ 5629/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ขณะจำเลยกระทำความผิด ผู้ร้องเป็นผู้ เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางยังไม่ใช่เจ้าของผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอคืน. (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1578/2522).
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี และปรับคนละ 6,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ส่วนรถยนต์บรรทุกไม้คันหมายเลขทะเบียนป-1083 ขอนแก่นของกลาง ซึ่งให้เป็นยานพาหนะบรรทุกไม้ออกจากป่าให้ริบ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องให้นายอดิศักดิ์ คินาพิษ เช่าซื้อ ไป นายอดิศักดิ์ ผิดสัญญาและไม่ส่งมอบรถยนต์คืน ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์ของกลาง ไม่มีสิทธิขอคืน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลาง คือวันที่ 10 ตุลาคม 2531 นั้น รถยนต์ของกลางยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เอ็ม.เอ็ม.ซี สิทธิผล จำกัด ให้ผู้ร้อง เช่าซื้อ อยู่ เมื่อศาลพิพากษาให้ริบแล้วผู้ร้องยังคงชำระเงินค่า เช่าซื้อ ให้แก่บริษัท เอ็ม.เอ็ม.ซี สิทธิผล จำกัด จนครบถ้วนตามสัญญา เช่าซื้อ โดยชำระค่า เช่าซื้อ งวดสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2532 และบริษัทเอ็ม.เอ็ม.ซี สิทธิผล จำกัด ได้จดทะเบียนโอนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2532 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากศาลสั่งริบไปแล้ว จึงฟังได้ว่าขณะจำเลยกระทำความผิด ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลาง ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่1578/2522 ระหว่างพนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นายไสวงอนชัยภูมิ จำเลย ห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยภูมิย่งเซ่งฮวด ผู้ร้องที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5629/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด กาฬสินธุ์ โจทก์ นาย ทอง มี แนว ตัน กับพวก จำเลย บริษัท อุด รเจริญศ รี (1968) จำกัด ผู้ร้อง ป.อ. ม. 36