ฎีกาที่ 5453/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่อยู่ของผู้ร้องอยู่ห่างจากที่อยู่ของจำเลยถึง 8 กิโลเมตรผู้ร้องย่อมไม่ทราบว่าจำเลยจะเอารถจักรยานยนต์ไปกระทำผิดเมื่อไรถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยส่วนการที่หากจำเลยหรือผู้ค้ำประกันยังผ่อนชำระราคาอยู่ตามปกติผู้ร้องจะไม่ร้องขอของกลางคืนจากศาลนั้นเห็นว่า เมื่อจำเลยยังไม่ได้ผิดสัญญา เช่าซื้อ ผู้ร้องย่อมไม่มีเหตุหรือความเดือดร้อนที่จะติดตามทรัพย์สินของตนคืนถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2534)
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และสั่งริบสิ่ว 1 อันกับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าหมายเลขทะเบียนเชียงใหม่ร-8523 ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง จำเลย เช่าซื้อ ไปแต่ชำระค่า เช่าซื้อ ยังไม่ครบกรรมสิทธิ์ในรถยังเป็นของผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้คืนรถแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางที่แท้จริง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยนำรถของกลางไปใช้กระทำความผิด การยื่นคำร้องเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ทำสัญญา เช่าซื้อ รถจักรยานยนต์ของกลางจากผู้ร้องในราคา 34,256 บาท ตามสัญญาเอกสารหมายร.3 จำเลยชำระเงินในวันทำสัญญาแล้ว 10,000 บาท และจะต้องผ่อนชำระค่า เช่าซื้อ ส่วนที่เหลืออีก 32 งวด งวดละเดือน จำเลยผ่อนชำระค่า เช่าซื้อ ไปได้ 4 งวด คืองวดเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2531รวมเป็นเงินที่ชำระแล้ว 13,032 บาท วันที่ 5 สิงหาคม 2531 จำเลยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางดังกล่าวแล้วเป็นยานพาหนะในการกระทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและริบรถจักรยานยนต์ของกลาง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2531เป็นต้นมา จำเลยไม่ได้ผ่อนชำระค่า เช่าซื้อ ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2532 ตามสัญญา เช่าซื้อ รถจักรยานยนต์ของกลางยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า เมื่อปรากฏว่าที่อยู่ของผู้ร้องห่างกับที่อยู่ของจำเลยถึง 8 กิโลเมตร ผู้ร้องย่อมไม่ทราบว่าจำเลยจะเอารถจักรยานยนต์ไปกระทำผิดเมื่อไร ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ส่วนปัญหาที่ว่าหากจำเลยหรือผู้ค้ำประกันยังผ่อนชำระราคาอยู่ตามปกติ ผู้ร้องจะไม่ร้องขอของกลางคืนจากศาลนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยยังไม่ได้ผิดสัญญา เช่าซื้อ อยู่ ผู้ร้องย่อมไม่มีเหตุหรือความเดือดร้อนที่จะติดตามทรัพย์สินของตนคืน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย พิพากษากลับ ให้คืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ร-8523 ของกลางให้แก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5453/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มเม่งจั้ว ผู้ร้อง นาย สุวิทย์ ใจ เที่ยง จำเลย ป.อ. ม. 36