ฎีกาที่ 6405/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีเนื่องจากจำเลยถูกฟ้อง ล้มละลาย และศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ต่อมาศาลแพ่งอนุญาตให้พิจารณาคดี ล้มละลาย ใหม่ คำสั่งพิทักษ์เด็ดขาดเป็นอันเพิกถอนไปในตัวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 209 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป การที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอพิจารณาใหม่ ศาลฎีกายังไม่มีอำนาจรับฎีกาจำเลยไว้วินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,501,469.56 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว ระหว่างส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายนั้น จำเลยซึ่งถูกฟ้องให้ ล้มละลาย ในอีกคดีหนึ่งที่ศาลแพ่งได้ถูกศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2533 ศาลชั้นต้นได้เรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาว่าคดีแทนจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าการเข้าดำเนินคดีแทนจำเลยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทรัพย์สินของจำเลยและโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้แล้ว จึงไม่เข้าใจว่าคดีแทนจำเลย ศาลอุทธรณ์จึงให้จำหน่ายคดีโดยมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์จำเลย เพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่เข้าว่าคดีแทนจำเลย ประกอบกับโจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินคดีต่อไป จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย เนื่องจากจำเลยยื่นคำขอพิจารณาใหม่ในคดี ล้มละลาย และศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดี ล้มละลาย ใหม่ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2533 ตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาและคำสั่งศาลแพ่งท้ายฎีกาจำลเย ซึ่งโจทก์แก้ฎีกาโดยไม่โต้แย้งคัดค้านสำเนาเอกสารดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่จำเลยฎีกาว่าศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดี ล้มละลาย ใหม่ ซึ่งมีผลให้คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นอันเพิกถอนไปในตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 209 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ก็ตาม จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป การที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย ศาลฎีกายังไม่มีอำนาจรับฎีกาจำเลยไว้วินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6405/2534 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นาย กะ เสียน น้อย เหลือ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 209 , ม. 242 , ม. 247 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 153