ฎีกาที่ 6163/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามใบรับเงินชั่วคราวของจำเลยที่มอบให้แก่ผู้ทำคำขอเอาประกันชีวิตมีข้อความระบุว่า "บริษัทจะพิจารณาออกกรมธรรม์ ประกันภัย ให้แก่ผู้ขอเอา ประกันภัย ภายใน 30 วัน (สามสิบวัน)นับแต่วันถัดจากวันที่สำนักงานของบริษัทได้รับใบคำขอเอา ประกันภัย และได้รับเงินแล้ว หากบริษัทมิได้ออกกรมธรรม์ ประกันภัย ให้ภายในเวลาที่กำหนดหรือปฏิเสธการขอเอา ประกันภัย หรือแจ้งเหตุขัดข้องในการรับ ประกันภัย ให้ถือว่าบริษัทตกลงยอมรับสัญญา ประกันภัย "ดังนี้ แสดงว่าการแจ้งเหตุขัดข้องเป็นการแสดงเจตนาอย่างหนึ่งเมื่อจำเลยอยู่กรุงเทพมหานคร ส่วน ต. อยู่จังหวัดเชียงใหม่กรณีจึงเป็นการแสดงเจตนาทำให้แก่ผู้อยู่ห่างโดยระยะทาง ย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นต้นไป ตามป.พ.พ. มาตรา 130 ดังนั้น เมื่อจำเลยมีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการออกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่ ต. ส่งทางไปรษณีย์ไปถึงต. เกินกว่ากำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่จำเลยได้รับใบคำขอเอาประกันชีวิต จึงต้องถือว่าจำเลยตกลงยอมรับสัญญาประกันชีวิตแล้ว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 361 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติให้สัญญาเกิดขึ้นในเวลาเมื่อมีการอันใดอันหนึ่งขึ้น จะแปลบทบัญญัติไปในนัยกลับกันว่า สัญญาไม่เกิดขึ้นในเวลาเมื่อมีการอันใดอันหนึ่งขึ้นหาได้ไม่.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามสัญญาประกันชีวิตให้จำเลยชำระเงิน 105,550 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้แจ้งเหตุขัดข้องในการรับประกันชีวิตรายนี้ให้นางตาลทราบ สัญญาประกันชีวิตรายนี้ยังไม่เกิดขึ้นจำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้พิพากษายกฟ้อง หลังจากจำเลยยื่นคำให้การแล้ว นายอนพ ถ้วยลายและนางอัมพรรณพูนทองอินทร์ ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี จึงขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับโจทก์ในคดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 105,550 บาท แก่โจทก์และโจทก์ร่วม คนละส่วนเท่า ๆ กัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงื่อนไขสำหรับผู้สมัครขอทำประกันชีวิตที่อยู่ด้านหลังใบรับเงินชั่วคราวตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3ข้อ 7 มีข้อความดังนี้ "กรณีจะเป็นเช่นใดก็ตามการชำระเงินตามใบรับเงินชั่วคราวฉบับนี้พร้อมใบคำขอเอา ประกันภัย ของท่าน บริษัทจะพิจารณาออกกรมธรรม์ ประกันภัย ให้แก่ผู้ขอเอา ประกันภัย ภายใน 30 วัน(สามสิบวัน) นับแต่วันถัดจากวันที่สำนักงานของบริษัทได้รับใบคำขอเอา ประกันภัย และได้รับเงินแล้ว หากบริษัทมิได้ออกกรมธรรม์ ประกันภัย ให้ภายในเวลาที่กำหนดหรือปฏิเสธการขอเอา ประกันภัย หรือแจ้งเหตุขัดข้องในการรับ ประกันภัย ให้ถือว่าบริษัทตกลงยอมรับสัญญา ประกันภัย ซึ่งบริษัทใช้อยู่ในกิจการหลังสุดตามคำขอเอา ประกันภัย โดยให้เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันสิ้นระยะเวลา 30 วัน (สามสิบวัน) ดังกล่าวข้างต้นหรือก่อนนี้หากเป็นไปตามข้อ 1" เฉพาะปัญหาที่ต้องวินิจฉัยคำว่า แจ้งเหตุขัดข้องในการรับ ประกันภัย หมายความว่าอย่างไรพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 คำว่า "แจ้ง" ที่เป็นภริยาหมายถึง แสดงให้รู้, บอกให้รู้, แจ้งความประสงค์ จึงเห็นได้ว่าการแจ้งเหตุขัดข้องเป็นการแสดงเจตนาอย่างหนึ่งนั่นเองเมื่อจำเลยอยู่กรุงเทพมหานคร ส่วนนางตาลอยู่จังหวัดเชียงใหม่ กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 ที่บัญญัติว่าการแสดงเจตนาทำให้แก่บุคคลผู้อยู่ห่างโดยระยะทาง ย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งนั้นเป็นต้นไป จำเลยได้รับเงินเบี้ย ประกันภัย และคำขอเอาประกันชีวิตของนางตาลวันที่ 19กรกฎาคม 2528 แต่จำเลยมีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการออกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่นางตาล ส่งทางไปรษณีย์ไปถึงนางตาลวันที่ 26สิงหาคม 2528 เกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่จำเลยได้รับใบคำขอเอาประกันชีวิตและได้รับเงินเบี้ย ประกันภัย แล้วต้องถือว่าจำเลยตกลงยอมรับสัญญา ประกันภัย ส่วนมาตรา 361 วรรคสองเป็นบทบัญญัติให้สัญญาเกิดขึ้นในเวลาเมื่อมีการอันใดอันหนึ่งขึ้นหาอาจแปลบทบัญญัติไปในนัยกลับกันว่า สัญญาไม่เกิดขึ้นในเวลาเมื่อมีการอันใดอันหนึ่งขึ้นดังที่จำเลยฎีกาไม่ ทั้งตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึง กรณีตามเจตนาอันผู้เสนอได้แสดงหรือตามปกติประเพณีไม่จำเป็นจะต้องมีคำบอกกล่าวสนองด้วย หาใช่เป็นกรณีที่มีข้อความตกลงของฝ่ายผู้สนองดังเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ไม่ดังนั้นประเด็นข้อพิพาทจึงเป็นว่า หนังสือแจ้งเหตุขัดข้องตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ไปถึงนางตาลเมื่อใด หาใช่ส่งไปเมื่อใดดังที่จำเลยฎีกาและหาใช่นางตาลได้รับเมื่อใดดังที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6163/2534 นาย ศรีนวล ถ้วย ลาย โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย อนพ ถ้วย ลาย กับพวก โจทก์ บริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 130 , ม. 361 วรรคสอง , ม. 889