ฎีกาที่ 6171/2533
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยให้การว่า ก่อนระยะเวลาที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นหนี้ค่าโทรศัพท์นั้นจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ แต่ในช่วงระยะเวลาที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นหนี้ค่าโทรศัพท์แก่โจทก์ จำเลยว่าได้ให้ เช่า ช่วงไปแล้วโดยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ คำให้การของจำเลยทั้งหมดไม่ปรากฏว่า จำเลยกล่าวปฏิเสธถึงหนี้และใบทวงหนี้ตามฟ้อง จึงเท่ากับเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ โจทก์ไม่ต้องนำสืบพยาน และจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะนำสืบพยานฝ่ายตน.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยติดค้างค่า เช่า เครื่องโทรศัพท์และค่าใช้โทรศัพท์ประจำเดือนสิงหาคม 2525 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2526ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 53,444 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 45,007 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเคย เช่า โทรศัพท์กับโจทก์ แต่ไม่เคยติดค้างค่า เช่า และค่าบริการ เครื่องโทรศัพท์ที่จำเลย เช่า ได้ถูกเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2523 จำเลยจึงเลิกกิจการและเลิกใช้โทรศัพท์ตั้งแต่นั้น เมื่อเดือนมิถุนายน 2525 จำเลยได้ทำสัญญาให้นายไพโรจน์เป็นผู้ เช่า ช่วง นับแต่จำเลยทำสัญญา เช่า โทรศัพท์ถึงปี พ.ศ. 2524 จำเลยไม่เคยติดค้างค่า เช่า และค่าบริการโทรศัพท์ ทั้งไม่เคยได้รับใบทวงหนี้จากโจทก์ หนี้ค่าโทรศัพท์จึงไม่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและนัดฟ้องคำพิพากษา แล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 53,444 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของยอดเงิน 45,007 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำให้การข้อ 1 ว่าไม่เคยติดค้างค่า เช่า และค่าบริการโทรศัพท์และถูกตัดโทรศัพท์ไปแล้วเมื่อปลายปี 2523แต่ให้การในข้อ 2 อ้างว่าเมื่อเดือนมิถุนายน 2525 จำเลยได้ให้ผู้อื่น เช่า ช่วงโรงภาพยนตร์ไป และในระยะปี 2524 จำเลยไม่เคยใช้โทรศัพท์แต่ประการใดทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่าหลังจากเดือนมิถุนายน2525 จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบค่า เช่า และค่าบริการโทรศัพท์เนื่องจากให้บุคคลอื่น เช่า ช่วงไปแล้ว คำให้การของจำเลยรับฟังได้แต่เพียงว่าก่อนเดือนมิถุนายน 2525 จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์แต่ภายหลังจากนั้นเมื่อให้ เช่า ช่วงโรงภาพยนตร์ไปแล้วจำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ และคำให้การข้อ 3 ก็ยืนยันถึงเจตนาของจำเลยว่า ตั้งแต่วันที่จำเลยทำสัญญา เช่า โทรศัพท์ถึงปลายปีพ.ศ. 2524 จำเลยไม่เคยติดค้างค่า เช่า และค่าบริการโทรศัพท์ และไม่เคยได้รับใบทวงหนี้ คำให้การของจำเลยทั้งหมดไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กล่าวปฏิเสธถึงหนี้และใบทวงหนี้ตามฟ้องโจทก์ในเดือนปีที่โจทก์กล่าวหา (เดือนสิงหาคม 2525 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2526 รวม 16 เดือน)อันมีผลเท่ากับจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือโต้แย้งข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดตามฟ้องโจทก์เป็นการยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์โดยโจทก์ไม่ต้องนำสืบพยานและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำสืบพยานฝ่ายตนด้วย เมื่อคำให้การของจำเลยถือได้ว่าเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6171/2533 องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศ ไทย โจทก์ นาย บุญ ส่ง ปันทวัง กูล จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 177 วรรค2