ฎีกาที่ 5452/2533
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยกล่าวแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาว่า จำเลยไม่เคยได้อะไรจากโจทก์เลยได้มาแต่หี คำพูดดังกล่าวไม่ได้เน้น ให้ เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะก้าวร้าวหรือด่าว่าโจทก์ หากแต่เป็นการพูดลอย ๆ เพื่อกระทบกระเทียบเปรียบเปรยด้วยความน้อยใจที่น้องสาวพาโจทก์มาขอเงินจำเลยเสียมากกว่า ไม่เป็น หมิ่นประมาท ผู้ให้อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2).
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ผู้ให้ ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินคืนให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปและไม่นำ น.ส.3 ไปจดทะเบียนโอนต่อเจ้าพนักงานให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้ออก น.ส.3 ฉบับใหม่แก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้ยกที่พิพาทให้จำเลย ไม่เคยกล่าวถ้อยคำ หมิ่นประมาท โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทคืนให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ไปโอนให้โจทก์นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปจดทะเบียนโอนได้โดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่าจำเลยไม่เคยได้อะไรจากโจทก์เลย ได้มาแต่ที มีปัญหาว่าคำกล่าวดังกล่าวเป็นการกล่าว หมิ่นประมาท โจทก์อย่างร้ายแรงหรือไม่พิเคราะห์คำเบิกความของนางตาลและนางละคร ซึ่งเบิกความว่า โจทก์พูดขอเงินจำเลย 20,000 บาท จำเลยว่าไม่มีให้และจำเลยพูดว่าจำเลยไม่เคยได้อะไรจากโจทก์เลย ได้มาแต่หี ของที่ได้มาเป็นของพ่อทั้งนั้น แล้วเห็นว่า คำพูดของจำเลยดังกล่าวไม่ได้เน้นให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะก้าวร้าวหรือด่าว่าโจทก์ หากแต่เป็นการพูดลอย ๆเพื่อกระทบกระเทียบเปรียบเปรยด้วยความน้อยใจที่น้องสาวพาโจทก์มาขอเงินจำเลยเสียมากกว่าถือไม่ได้ว่าจำเลย หมิ่นประมาท โจทก์อย่างร้ายแรง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5452/2533 นาง นาง อุปเสน โจทก์ นาง ทอง บาน บุญ กุศล จำเลย ป.พ.พ. ม. 531 (2)