ฎีกาที่ 4565/2532
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์จำเลยตกลงท้ากันเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจาก ถ. จริงหรือไม่ และศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจาก ถ. จริงจำเลยจึงเป็นฝ่ายแพ้คดี แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าจำเลยทำสัญญาเช่า ที่ดิน พิพาทจาก ถ. สัญญาเช่าดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา จำเลยอยู่ใน ที่ดิน พิพาทยังไม่ครบระยะเวลาตามสัญญา โจทก์ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจาก ถ. จึงเป็นการซื้อโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยเสียเปรียบโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจาก ถ. ตามประเด็นที่ตกลงกัน จึงเป็นอุทธรณ์ในเรื่องนอกประเด็น ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านและ ที่ดิน ของโจทก์ และให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองรับโอนบ้านและ ที่ดิน จาก ถ.โดยสมคบกันฉ้อฉลและไม่สุจริต จำเลยอยู่ในฐานะอันจะไปจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนโดย ถ. มีข้อสัญญากับจำเลยว่าหากจะขายบ้านและ ที่ดิน ดังกล่าวจะต้องแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อจะได้มีโอกาสซื้อก่อน และสิทธิตามสัญญาต่างตอบแทนของจำเลยในบ้านและ ที่ดิน ยังมีอยู่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน โจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่า สิ่งปลูกสร้างที่ลึกเกิน 4 วา 2 ศอก เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยและยินยอมให้จำเลยรื้อถอนไปได้ และก่อนสืบพยานโจทก์จำเลยตกลงกันว่าจะขอสืบพยานในประเด็นเดียวว่า โจทก์ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรี เมฆขจร จริงหรือไม่ แล้วให้ศาลพิพากษาคดีไปได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรี เมฆขจร จริง พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาทและ ที่ดิน พิพาท โดยให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนที่ลึกจากด้านหน้าเกิน 4 วา 2 ศอก ออกไป กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาบฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จำเลยตกลงท้ากันเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรี เมฆขจร จริงหรือไม่ และศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรี เมฆขจรจริง จำเลยจึงเป็นฝ่ายแพ้คดี แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่า จำเลยทำสัญญาเช่า ที่ดิน พิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรีเพื่อปลูกสร้างบ้านมีกำหนดระยะเวลา 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้ว จำเลยต้องยกบ้านที่ปลูกสร้างให้แก่นางถนอมหรือถนอมศรี แต่จำเลยมีสิทธิที่จะเช่าบ้านดังกล่าวต่อไปอีก 10 ปี สัญญาเช่าดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา จำเลยมีสิทธิที่จะเช่าอยู่ได้ถึง 20 ปี และจำเลยอยู่ใน ที่ดิน พิพาทยังไม่ครบระยะเวลาตามสัญญา การที่โจทก์ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรี จึงเป็นการซื้อโดยไม่สุจริตทำให้จำเลยเสียเปรียบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้ซื้อ ที่ดิน พิพาทพร้อมบ้านพิพาทจากนางถนอมหรือถนอมศรี ตามประเด็นที่ตกลงกันจึงเป็นอุทธรณ์ในเรื่องนอกประเด็น ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4565/2532 นาย ราเชนทร์ มโน สุด ประสิทธิ์ กับพวก โจทก์ นาย หยิ่งเทียง แซ่เจี่ย จำเลย ป.วิ.พ. ม. 183 , ม. 225