ฎีกาที่ 4082/2532
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายรัษฎากร มาตรา 87 ทวิ (7) ที่บัญญัติให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับของผู้ประกอบการค้าขึ้นเพื่อใช้เป็นฐานในการประเมิน ภาษี การค้าได้นั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการค้าชำระ ภาษี การค้าไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่นแบบแสดงรายการค้าในปีที่ล่วงมาแล้ว กล่าวคือในปีที่ถึงกำหนดชำระ ภาษี การค้าแล้ว และต่อมาเจ้าพนักงานประเมินมาตรวจสอบพบในภายหลัง เจ้าพนักงานประเมินจึงจะมีอำนาจกำหนดรายรับขึ้นโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 87 ทวิ (7)เพื่อใช้เป็นฐานในการประเมิน ภาษี การค้านั้นได้ มิใช่เป็นบทบัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้เป็นการล่วงหน้าเพื่อจะใช้เป็นฐานในการคำนวณ ภาษี การค้าในปีที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้า ทั้งในขณะเกิดเหตุคดีนี้ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2529ซึ่งบัญญัติให้เพิ่มเติม มาตรา 86 เบญจ ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินกำหนดรายรับขั้นต่ำของผู้ประกอบการค้าบางประเภทไว้เป็นการล่วงหน้าได้คราวละไม่เกิน 24 เดือนยังไม่ใช้บังคับดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน ภาษี การค้า และ ภาษี บำรุงเทศบาลของโจทก์โดยกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้เป็นการล่วงหน้า จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าเบี้ยปรับเงินเพิ่มและ ภาษี บำรุงเทศบาลรวมเป็นเงิน 155,491.45 บาท โดยถือเอาการกำหนดรายรับขั้นต่ำประจำเดือนล่วงหน้าและให้เสีย ภาษี การค้าจากยอดรายรับไม่ต่ำกว่าเดือนละ 120,000 บาท การประเมินดังกล่าวจึงเป็นการประเมินที่ไม่ชอบ โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว คณะกรรมการให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ การกระทำของเจ้าพนักงานประเมิน เป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจตามกฎหมาย ขอให้ศาลเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ตรวจสอบหลักฐานและเอกสารการยื่นแบบแสดงรายการการค้าของโจทก์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2525 ถึงเดือนเมษายน 2529 แล้วปรากฏว่าโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการการค้าต่ำกว่ารายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 จึงได้ประเมินให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าจากยอดรายรับที่โจทก์ยื่นขาดไว้พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 155,491.45 บาท การประเมินของเจ้าพนักงานก็ดี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ดีชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินตามเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.8 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามเอกสารหมาย จ.3 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความเป็นพับ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่เพียงประการเดียวว่า การที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 กำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์ไว้ล่วงหน้าแล้วนำมาเป็นฐานในการคำนวณ ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาลโดยอาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87, 87 ทวิ (7) แล้วประเมินให้โจทก์ชำระนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 87 ทวิ (7) บัญญัติให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับของผู้ประกอบการค้าที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือยื่นแบบแสดงรายการการค้าไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด ทำให้จำนวน ภาษี ที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป หรือผู้ประกอบการค้าหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้าแทนผู้ประกอบการค้าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินหรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อการคำนวณ ภาษี ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 87 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการค้าชำระ ภาษี การค้าไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่นแบบแสดงรายการการค้าในปีที่ล่วงมาแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือในปีที่ถึงกำหนดชำระ ภาษี การค้าแล้วและต่อมาเจ้าพนักงานประเมินมาตรวจสอบพบในภายหลัง เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจกำหนดรายรับขึ้นโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 87 ทวิ (7) เพื่อใช้เป็นฐานในการประเมิน ภาษี การค้านั้นได้ มิใช่เป็นบทบัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้เป็นการล่วงหน้าเพื่อจะใช้เป็นฐานในการคำนวณ ภาษี การค้าในปีที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้า ทั้งในขณะเกิดเหตุคดีนี้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2529 ซึ่งบัญญัติให้เพิ่มเติมมาตรา 86 เบญจ ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินกำหนดรายรับขั้นต่ำของผู้ประกอบการค้าบางประเภทไว้เป็นการล่วงหน้าได้คราวละไม่เกิน 24 เดือนยังไม่ใช้บังคับ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาลของโจทก์โดยกำหนดรายรับขั้นต่ำไว้เป็นการล่วงหน้าจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2532 ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชร ไพรัตน์ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย ป.รัษฎากร ม. 86 เบญจ , ม. 87 , ม. 87 ทวิ (7)