ฎีกาที่ 5565/2531
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 35
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 35 เมื่อได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งใดจนถึงวันเลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะจูงใจให้ผู้เลือกตั...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 52
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 52 ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนผู้ใดจงใจไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือกระทำการอันใดเพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย กฎกระทร...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 67
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 67 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำให้ปรากฏด้วยวิธีใดอันเป็นการลวงผู้เลือกตั้งให้สำคัญผิดเกี่ยวกับผู้สมัคร หรือเลขหมายประจำตัวหรือการสังกัดพรรคของผู้สมัครคนใดหรือของตนเองในกรณีที่ตนเป็นผู...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 78
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 78 เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศผลการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งใด ผู้เลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เห็นว่าการเลือกตั้งในเข...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 79
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 79 เมื่อศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาโดยไม่ชักช้า และให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้ทำความเห็นและส่งสำนวนไปย...
ย่อสั้น
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2531 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ จังหวัดร้อยเอ็ดได้แบ่งเขตการเลือกตั้งเป็น 3 เขต โดยเขตที่ 3 มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 2 คน มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 24 คน ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 8 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งนี้มีผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายเยี่ยมพล พลเยี่ยม และนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ส่วนผู้ร้องได้คะแนนเป็นอันดับที่ 4 ทั้งนี้เพราะการเลือกตั้งในเขตดังกล่าวกระทำไปโดยมิชอบ และนายเยี่ยมพล พลเยี่ยม กับนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ได้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 กล่าวคือ ในระหว่างการหาเสียงนายเยี่ยมพลได้ให้ตัวแทนแจกจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ครอบครัว ละ 30 บาท พร้อมด้วยบัตรโฆษณาชื่อและหมายเลข 19 ของนายเยี่ยมพลทุก ครอบครัว ในเขตเลือกตั้งที่ 3 และได้พูดขอให้ผู้นั้นเลือกลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 19 เป็นการตอบแทน สำหรับนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ได้ให้ตัวแทนแจกจ่ายเงินและขันน้ำพลาสติกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดร้อยเอ็ดทุก ครอบครัว โดยจ่ายเงินให้ ครอบครัว ละ 40 บาท กับขัน 1 ใบ พร้อมบัตรโฆษณาชื่อนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 1 เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้แก่นายนิรันดร์ นอกจากนี้นายนิรันดร์ยังได้พิมพ์ใบปลิวโฆษณาให้ปรากฏรูป ชื่อผู้ร้องและชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผู้ร้องสังกัดอยู่แต่บอกหมายเลขประจำตัวว่าเบอร์ 1 ซึ่งความจริงแล้วผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 8 นำใบปลิวดังกล่าวไปแจกจ่ายแก่ประชาชน ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยเช่น หน่วยเลือกตั้งที่วัดสระโบสถ์ หมู่บ้านชวาว กับหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสามัคคีเสลภูมิบ้านคุ้มใต้ หมู่ที่ 6 ตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหายและขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนอยู่ออกโดยพลการทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหล่านั้นไม่สามารถลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้ร้องได้ ทำให้ผู้ร้องไม่ได้รับการเลือกตั้งขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดเขตเลือกตั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2531 เป็นไปโดยมิชอบให้เพิกถอนการเลือกตั้ง และให้เลือกตั้งใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า นายอำเภอเสลภูมิและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้กลั่นแกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหายไป และไม่ได้จงใจช่วยเหลือให้ผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งและคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ขอให้ยกคำร้อง นายเยี่ยมพล พลเยี่ยม ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่เคยแจกจ่ายเงินหรือให้ตัวแทนออกไปแจกจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมด้วยบัตรโฆษณาชื่อและหมายเลข 19 ของผู้คัดค้านแต่อย่างใด การเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่เคยแจกจ่ายเงิน ขันน้ำพลาสติกหรือทรัพย์สินอื่นใด และไม่ได้พิมพ์ใบโฆษณาลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้สำคัญผิด และไม่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคนใดดำเนินการกลั่นแกล้งผู้สมัครคนอื่นหรือช่วยเหลือผู้คัดค้านโดยมิชอบ คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม อนึ่ง คำร้องของผู้ร้องที่กล่าวอ้างเกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกตั้งนั้น มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในหมวดการคัดค้านการเลือกตั้งเพราะมิได้เป็นไปตามมาตรา 26 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 51 หรือมาตรา 52 แต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดได้พิจารณาคำร้องและคำคัดค้านแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ไม่จำต้องไต่สวน จึงให้งดการไต่สวนและทำความเห็นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาว่า เห็นควรให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยอ้างเหตุว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 35 และมาตรา 67 หรือไม่ และคำร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านการเลือกตั้งว่า เป็นไปโดยมิชอบอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา + นั้น เคลือบคลุมหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 78 บัญญัติเหตุอันจะพึงร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้โดยเฉพาะว่าต้องมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 51 หรือมาตรา 52 เท่านั้น ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านประการแรกว่านายเยี่ยมพล พลเยี่ยม ผู้คัดค้านที่ 2 และนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้คัดค้านที่ 3 ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 19 และหมายเลข 1 ตามลำดับ โดยตัวเองหรือตัวแทนของตนได้ให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 นั้น จึงเป็นข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 84 มิใช่เหตุที่จะต้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 78 และกรณีที่ผู้ร้องอ้างเหตุคัดค้านประการที่สองว่า นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้คัดค้านที่ 3 ได้พิมพ์โฆษณารูปผู้ร้อง ชื่อพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งผู้ร้องสังกัดอยู่และชื่อผู้ร้องในแผ่นพิมพ์โฆษณา แต่บอกหมายเลขประจำตัวว่าเบอร์ 1 ซึ่งความจริงแล้วผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 8 ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 1 นั้น ก็เป็นเพียงข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องระวางโทษตามมาตรา 84 มิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 78 แต่อย่างใด สำหรับการร้องของผู้ร้องที่อ้างเหตุคัดค้านประการสุดท้ายว่าเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย เช่นหน่วยเลือกตั้งที่วัดสระโบสถ์ในหมู่บ้านขวาว ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ และหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนสามัคคีเสลภูมิบ้านคุ้มใต้ หมู่ที่ 6 ตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหาย และขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนอยู่ออกโดยพลการนั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 79 บัญญัติให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นคำฟ้องตามบทวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา 1(3) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งจะต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นตามมาตรา 172 วรรคสอง แต่ผู้ร้องได้บรรยายคำร้องในส่วนนี้ว่า เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหล่นหาย และขีดฆ่าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนซึ่งมีตัวตนออกโดยพลการ เช่นนี้คำร้องของผู้ร้องจึงมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่า กรรมการผู้ใดได้แกล้งทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดหล่นหาย หรือขีดฆ่าชื่อผู้ใดซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งออกทั้งที่มีตัวตนอยู่ พอที่จะให้เข้าใจได้ว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งผู้ใดประจำหน่วยเลือกตั้งใดจงใจไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือกระทำการอันใดเพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 52 ดังนั้น คำร้องของผู้ร้องจึงเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง เมื่อคำร้องของผู้ร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2531 เป็นคำร้องที่อ้างเหตุอันมิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 78 และเหตุที่ร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามมาตรา 52 ก็เป็นคำร้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง ตามที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2531 นายเฉลียว คล้ายหนองสรวง โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กับพวก ล. ป.วิ.พ. ม. 1 (3) , ม. 172 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม. 35 , ม. 67 , ม. 78 , ม. 84