ฎีกาที่ 5283/2531
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญา ค้ำประกัน ต้องการเพียงหลักฐานเป็นหนังสือที่ผู้ ค้ำประกัน ลงชื่อฝ่ายเดียวก็ใช้ฟ้องร้องบังคับคดีได้แล้วเจ้าหนี้หาจำต้องลงลายมือชื่อในสัญญา ค้ำประกัน ด้วยไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้ ค้ำประกัน การทำงานของจำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์ใช้ค่าเสียหายเนื่องจากจำเลยที่ 1 ร่วมกับลูกจ้างอื่นกระทำการทุจริตต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 รับว่าทำให้โจทก์เสียหายจริง จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นผู้ ค้ำประกัน จริง แต่จำเลยที่ 3ให้การว่าสัญญา ค้ำประกัน ไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 เพราะโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในช่องผู้ว่าจ้างศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายหากไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระแทน จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า โจทก์มิได้ลงชื่อในสัญญา ค้ำประกัน เอกสารหมาย จ.4 สัญญาดังกล่าวจึงใช้บังคับไม่ได้นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680บัญญัติว่าสัญญา ค้ำประกัน คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้นและสัญญา ค้ำประกัน ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ ค้ำประกัน เป็นสำคัญจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ ซึ่งมีความหมายว่า สัญญา ค้ำประกัน ต้องการเพียงหลักฐานเป็นหนังสือที่ผู้ ค้ำประกัน ลงชื่อฝ่ายเดียวก็ใช้บังคับได้แล้ว หาจำต้องลงลายมือชื่อโจทก์ด้วยดังที่จำเลยที่ 3ฎีกาไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5283/2531 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์ นาย ล้วน ไชยธานี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 680