ฎีกาที่ 6328-6330/2531
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของบริษัทตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายมีหน้าที่จำหน่ายสินค้าและเก็บรวมรวมเงินค่าสินค้าจากลูกค้าส่งให้บริษัท ตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจของบริษัทให้กระทำการได้เพียงเท่าที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น หามีอำนาจกระทำกิจการอื่นใดนอกเหนือจากนี้ไม่ จำเลยที่ 1 จึงมิใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) การที่จำเลยที่ 1 โดยลำพังหรอืร่วมกับจำเลยที่ 2 ยักยอก ทรัพย์ของบริษัท บริษัทย่อมเป็นผู้เสียหาย โจทก์ซึ่งเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของบริษัทจึงมิใช่ผู้เสียหายตามความในมาตรา 2(5) อันจะมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28(2)
ย่อยาว
โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352,353,83,86 ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง และวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทโดยได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมกรรมการบริษัทโดยชอบก็ตาม แต่ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างบริษัทตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายมีหน้าที่จำหน่ายสินค้าและเก็บรวบรวมเงินค่าสินค้าจากลูกค้าส่งให้บริษัท ฉะนั้นตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผูมีอำนาจของบริษัทให้กระทำการได้เพียงเท่าที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น หามีอำนาจกระทำกิจการอื่นใดนอกเหนือจากนี้ได้ไม่ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) การที่จำเลยที่ 1 ตามลำพังหรือจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ยักยอก ทรัพย์ของบริษัท บริษัทย่อมเป็นผู้เสียหายตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท และเป็นบุคคลหนึ่งต่างหากจากบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามความในประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาตรา 2(4) อันจะพึงมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28(2) การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้นั้น ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6328 - 6330/2531 นายสมบูรณ์ ต้องพงษ์ไพศาล โจทก์ นายวีระ เจริญกิจ กับพวก ล. ป.วิ.อ. ม. 2 (5) , ม. 5 (3) , ม. 28 (2)