ฎีกาที่ 3866/2531
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดฐานลักทรัพย์และ รับของโจร นั้นเป็นความผิดคนละฐานะจะลงโทษคนคนเดียวในเรื่องเดียวกันทั้งสองฐานะด้วยกันไม่ได้คำรับของจำเลยไม่ชัดเจนพอที่จะชี้ขาดว่าได้ทำผิดฐานใดเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความถึงการทำผิดของจำเลยเมื่อโจทก์ไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 4 พฤศจิกายน 2530 เวลากลางวันถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2530 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ต่อเนื่องกันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ได้มีคนร้ายบังอาจเช้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนายเกษม กัณหานนท์ ผู้เสียหายโดยมิได้รับอนุญาต โดยเข้าทางหน้าต่างอันเป็นช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า แล้วลักเอาพระเครื่องจำนวน9 องค์ ราคา 15,000 บาท ของผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาไว้ภายในเคหสถานดังกล่าวนั้นไปโดยทุจริตต่อมาวันที่ 7 พฤศจิกายน 2530 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมพระเครื่องจำนวน 8 องค์ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักเอาไปดังกล่าวเป็นของกลาง ทั้งนี้โดยตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวจำเลยได้เป็นคนร้ายเข้าไปลักเอาทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหายไปโดยทุจริต หรือมิฉะนั้นจำเลยได้ รับของโจร โดยรับเอาพระเครื่องจำนวน 8 องค์ ราคา 7,500 บาท อันเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักเอาไปไว้จากคนร้ายโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เหตุลักทรัพย์และ รับของโจร เกิดที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(4)(8),357
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ให้จำเลยคืนพระสมเด็จวัดปากน้ำหรือใช้ราคา7,500 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การรับสารภาพว่ากระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐาน รับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 จำเลยอายุไม่เกิน14 ปี ให้ส่งตัวไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง มีกำหนด2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ความผิดฐานลักทรัพย์และ รับของโจร นั้นเป็นความผิดคนละฐานะ จะลงโทษคนคนเดียวในเรื่องเดียวกันทั้งสองฐานะด้วยกันไม่ได้ คำรับของจำเลยไม่ชัดเจนพอที่จะชี้ขาดว่าได้ทำผิดฐานใด เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบต่อไปให้ได้ความถึงการทำผิดของจำเลย เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ตามนับคำพิพากษาฎีกาที่ 819/2513 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายสังเวียน แซ่อึ้ง กับพวก จำเลย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3866/2531 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ธัญบุ รี โจทก์ เด็ก ชายม จำเลย ป.วิ.อ. ม. 174 , ม. 176