ฎีกาที่ 5675/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามหนังสือมอบอำนาจของโจทก์มีความว่า โจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องจำเลยทั้งสองตามสัญญาซื้อขาย แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงว่าให้ฟ้องเรียก ค่า เช่าซื้อ ตู้เย็นแช่ปลา แต่ก็ได้ความว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ทำ สัญญา เช่าซื้อ ตู้เย็นแช่ปลากันโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกัน ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ ไม่ปรากฏว่าได้มีการทำสัญญา เช่าซื้อ รายอื่นอีก สัญญา เช่าซื้อ เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประกอบคำมั่นว่าจะขายถือได้ว่าเป็นซื้อขายทรัพย์สินอย่างหนึ่ง จึงฟังได้ว่าโจทก์ ได้มอบอำนาจ ให้ฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวแก่การซื้อขายเครื่องตู้เย็นแช่ปลาแล้ว ผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ องค์การอุตสาหกรรมห้องเย็นโจทก์จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น พ.ศ. 2501 เป็นรัฐวิสาหกิจอันเป็นองค์การของรัฐแม้โจทก์จะดำเนินการให้ เช่าซื้อ ทรัพย์สินของโจทก์ แต่ก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์อำนวยบริการแก่รัฐและประชาชน ในการอุตสาหกรรมห้องเย็นเป็นหลักสำคัญ ตามมาตรา 6(1)แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น พ.ศ. 2501 จึงมิใช่บุคคลที่ดำเนินการให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่า ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) อายุความฟ้องคดีของโจทก์จึงมิใช่มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2520 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ ตู้เย็นแช่ปลาไปจากโจทก์รวม 3 เครื่อง ราคา 52,800 บาท 64,000 บาท และ64,000 บาท ตามลำดับ จำเลยที่ 1 ชำระค่า เช่าซื้อ งวดแรกให้โจทก์แล้วโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ทั้งสามฉบับ จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่า เช่าซื้อ แก่โจทก์ทั้งหมดเป็นเงิน 168,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 268,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยในต้นเงิน168,800 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ใครนำคดีมาฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ ตู้เย็นแช่ปลาและค้างชำระค่า เช่าซื้อ แก่โจทก์ตามฟ้องจริง คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ใครมาฟ้องคดีนี้ สัญญา เช่าซื้อ รายนี้ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย สัญญาค้ำประกันก็ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายด้วยฟ้องโจทก์ขาดอายุความและเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน22,400 บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 168,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินที่ค้างชำระแต่ละงวดรวม 30 งวด ตามสัญญา เช่าซื้อ ทั้งสามฉบับนับแต่วันผิดนัดแต่ละงวดจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องไม่เกิน 100,800 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์นั้น เห็นว่า ตามหนังสือมอบอำนาจของโจทก์เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 มีความว่า โจทก์โดยนายสนั่น ร่วมรักษ์ ผู้อำนวยการขอมอบอำนาจให้นายสิชฌน์ ชัฏสุวรรณเป็นผู้รับมอบอำนาจโดยให้ผู้รับมอบอำนาจทำการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่งในข้อหาผิดสัญญาซื้อขาย ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุโดยตรงว่าให้นายสิชฌน์ ผู้รับมอบอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระค่า เช่าซื้อ ตู้เย็นแช่ปลาก็ดี แต่ก็ได้ความว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ ตู้เย็นแช่ปลากัน โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกันร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ ไม่ปรากฏตามทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ว่าได้มีการทำสัญยา เช่าซื้อ กับรายอื่นอีก คงมีคำของจำเลยที่ 2 ผู้เดียวว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องเรื่องซื้อขายปลา แต่ก็เป็นคำกล่าวอ้างขึ้นลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้สัญญา เช่าซื้อ เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประกอบคำมั่นว่าจะขาย ถือได้ว่าเป็นซื้อขายทรัพย์สินอย่างหนึ่ง จึงฟังได้ว่าหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวของโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายสิชฌน์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้เกี่ยวแก่การซื้อขายเครื่องตู้เย็นแช่ปลาตามคำรับของจำเลยทั้งสอง นายสิชฌน์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ สำหรับปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น พ.ศ. 2501เป็นรัฐวิสาหกิจอันเป็นองค์การของรัฐ แม้โจทก์จะดำเนินการให้ เช่าซื้อ ทรัพย์สินของโจทก์ แต่ก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ อำนวยบริการแก่รัฐและประชาชนในการอุตสาหกรรมห้องเย็นเป็นหลักสำคัญตามมาตรา 6(1) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น พ.ศ. 2501 โจทก์จึงมิใช่บุคคลที่ดำเนินการให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่าตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา ดังนั้นอายุความฟ้องคดีของโจทก์จึงมิใช่มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 เพราะผู้ให้ เช่าซื้อ มีสิทธิแต่เพียงริบทรัพย์สินที่ให้ เช่าซื้อ และเรียกค่าใช้ทรัพย์หรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น ในปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นแห่งคดีไว้จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5675/2530 องค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น โจทก์ นายเจียร จิระวัฒนากูล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 165 , ม. 572 ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 60 พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น พ.ศ.2501 ม. 6 (1)