ฎีกาที่ 4509/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีก่อนโจทก์กับพวกฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกออกจากที่ดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทคดีนี้ ประเด็นในคดีก่อนมีว่า โจทก์กับพวกมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกหรือไม่ แต่คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ มรดก คือที่ดินพิพาทจากจำเลย ประเด็นมีว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์ มรดก ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งร่วมกับจำเลยหรือไม่เพียงใด ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่ซ้ำกับคดีก่อน โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดิน มรดก ครึ่งหนึ่ง อ้างว่าทายาทอื่นไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ มรดก รายนี้แล้วคงเกี่ยวข้องเฉพาะโจทก์จำเลย จำเลยให้การว่าโจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดิน มรดก ไปแล้ว และส่วนที่เหลือตกได้แก่จำเลยกับทายาทอีกคนหนึ่งดังนี้แสดงว่า นอกจากโจทก์จำเลยแล้ว มีทายาทอื่นยังประสงค์ขอรับส่วนแบ่งที่ดิน มรดก ด้วยซึ่งถ้าหากเป็นความจริง ส่วนแบ่งในที่ดิน มรดก ที่โจทก์จำเลยจะได้รับย่อมต้องลดลงข้อเท็จจริงยังฟังเป็นยุตไม่ได้ การที่ศาลสั่งงดชี้สองสถานและงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดิน มรดก ครึ่งหนึ่งตามฟ้องจึงเป็นการไม่ชอบ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเคยพิพาทกันเรื่องที่ดินและศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทในคดีนั้นกับที่ดินแปลงใหญ่เป็นทรัพย์ มรดก ของนางพลอยที่ยังไม่ได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท โจทก์จำเลยเป็นบุตรนางพลอย และทายาทอื่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์ มรดก รายนี้แล้ว จึงขอบังคับให้จำเลยแบ่งที่ดิน มรดก นี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีเดิมสำหรับที่ดินพิพาทนั้นบรรดาทายาทได้ตกลงแบ่งกันแล้ว โจทก์ได้ที่ดินทางด้านทิศเหนือ ส่วนที่เหลือตกได้แก่จำเลยและนายอ่อน เพราะทายาทอื่นไม่ได้ติดใจเอาต่อมานายอ่อนขายที่ดินส่วนของนายอ่อนให้บุตรสาวจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดิน มรดก อีกขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน คู่ความรับกันว่าที่ดินตามคำฟ้องและคำให้การเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ทั้งยังเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 477/2524 ของศาลชั้นต้นด้วย ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย แล้วพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดิน มรดก ตามฟ้องแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์และสามีเคยฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกออกจากที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 3 ตำบลโพธิ์หัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทในคดีนี้โดยอ้างว่าเป็นของโจทก์กับสามีจำเลยกับพวกต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของตน คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกายกฟ้องโจทก์และฟังว่าที่ดินพิพาทเป็น มรดก ของนางพลอยมารดาโจทก์ จำเลย ซึ่งยังไม่ได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 477/2524 ของศาลชั้นต้นต่อมาโจทก์จึงฟ้องจำเลยในคดีนี้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ มรดก คือที่ดินพิพาทจากจำเลย ประเด็นจึงมีว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์ มรดก ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งร่วมกับจำเลยหรือไม่ เพียงใด ส่วนประเด็นในคดีก่อนนั้นมีว่า โจทก์กับพวกมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยกับพวกหรือไม่ ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองจึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงไม่ซ้ำกับคดีก่อน ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยไม่สืบพยานเสียก่อนเป็นการไม่ชอบ เพราะทายาทอื่นก็มีส่วนได้รับ มรดก ในที่ดินพิพาทด้วยนั้น จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้อย่างชัดแจ้งว่า บรรดาทายาทได้ตกลงแบ่ง มรดก คือที่ดินพิพาท ปรากฏว่าโจทก์ได้รับส่วนแบ่งทางด้านทิศเหนือ ที่ดินส่วนที่เหลือตกได้แก่จำเลยและนายอ่อนเพียงสองคน เพราะทายาทอื่นไม่ติดใจเอา ต่อมานายอ่อนได้ขายที่ดินส่วนของตนให้แก่นางสุรีพรบุตรสาวจำเลย ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 ดังนี้ จะเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยดังกล่าว นายอ่อนซึ่งเป็นทายาทของเจ้า มรดก อีกคนหนึ่ง ยังประสงค์จะขอรับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทอยู่ หาใช่นอกจากโจทก์จำเลยแล้วไม่มีทายาทอื่นเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาไม่ ซึ่งถ้าหากเป็นความจริงดังคำให้การของจำเลยแล้ว ส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์ มรดก ที่โจทก์และจำเลยจะได้รับก็ย่อมจะต้องลดลง ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวจึงฟังเป็นยุติยังไม่ได้ การที่ศาลล่างทั้งสองด่วนงดสืบพยานจึงเป็นการไม่ชอบ และเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบด้วยมาตรา 247 พิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดี แล้วมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4509/2530 นางฝ้าย พึ่งวร โจทก์ นางพุฒ โพธิ์มี ล. ป.พ.พ. ม. 1599 , ม. 1746 , ม. 1749 , ม. 1750 ป.วิ.พ. ม. 148 , ม. 243 (2) , ม. 247