ฎีกาที่ 4522/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่โจทก์นำสืบว่าหนี้เงินกู้ตามสัญญา จำนอง ส่วนหนึ่งเป็นมูลหนี้เดิมระหว่างสามีโจทก์กับบิดาจำเลย แต่ได้มีการตกลงกันระหว่างสามีโจทก์และจำเลย โดยจำเลยยอมรับใช้หนี้จำนวนที่บิดาจำเลยเป็นหนี้สามีโจทก์ก่อนตาย รวม กับเงินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งจำเลยขอกู้เพิ่มและได้ตกลงกันให้โจทก์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้จำนวนดังกล่าว การนำสืบของโจทก์เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงแปลงหนี้อันเป็นที่มาของหนี้ตามสัญญา จำนอง จึงไม่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 183,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ15 ต่อปี โดยจำเลย จำนอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 2525 ตำบลท่าเรืออำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เป็นประกัน นับแต่กู้จำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์ได้มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือทวงถามแจ้งการบังคับ จำนอง จำเลยทราบแล้วเพิกเฉยนับแต่ จำนอง จนถึงวันนัดเป็นเวลากว่า 10 ปี โจทก์ขอคิดดอกเบี้ย5 ปี เป็นเงินค่าดอกเบี้ย 139,475 บาท รวมต้นเงินแล้วเป็นเงิน322,475 บาท ขอให้จำเลยไถ่ถอน จำนอง จำนวน 322,475 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 183,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 2525ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้กู้เงินตามฟ้อง สัญญา จำนอง เป็นเพียงสัญญาอุปกรณ์ ไม่มีมูลหนี้เงินกู้อันเป็นหนี้ประธาน สัญญา จำนอง จึงไม่มีผลบังคับจำเลยเพราะโจทก์หลอกลวงให้จำเลยจดทะเบียน จำนอง ก่อนโดยรับว่าจะให้เงินกู้ 183,000 บาท ในวันรุ่งขึ้น แต่โจทก์บิดพลิ้ว อ้างว่าบิดาจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์อยู่จึงถือเป็นการหักชำระหนี้ของบิดาจำเลย โดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วย โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับ จำนอง ไม่ถึง 30 วัน และฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามี จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 183,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 23พฤษภาคม 2521 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2526 และดอกเบี้ยร้อยละ 15ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ไม่ชำระให้ยึดทรัญื จำนอง โฉนดเลขที่ 2525 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาข้อแรกว่า สัญญา จำนอง เอกสารหมายล.4 ระบุข้อตกลงว่าเป็นการ จำนอง เพื่อเป็นประกันหนี้กู้ยืมระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์จึงจะนำสืบว่าเป็นการ จำนอง เพื่อเป็นประกันหนี้ของนายกิมสุยไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็ฯว่า โจทก์นำสืบว่าหนี้เงินกู้ตามสัญญา จำนอง ส่วนหนึ่งจำนวน 153,000 บาท เป็นมูลหนี้เดิมระหว่างนายใช่สามีโจทก์และนายกิมสุยบิดาจำเลย แต่ได้มีการตกลงกันระหว่างนายใช่และจำเลย โดยจำเลยยอมรับใช้หนี้จำนวนที่นายกิมสุยเป็นหนี้นายใช่ก่อนตายรวมกับเงินอีกจำนวน 30,000 บาท ซึ่งจำเลยขอกู้เพิ่มรวมเป็นเงิน 183,000 บาท และได้ตกลงกันให้โจทก์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้จำนวนดังกล่าวตามหลักฐานสัญญา จำนอง เอกสารหมาย ล.4 การนำสืบของโจทก์เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงแปลงหนี้อันเป็นที่มาของหนี้ตามสัญญาพิพาท จึงหาเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ดังที่จำเลยฎีกาโต้แย้งไม่ ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาจำเลยในปัญหาที่ ว่าจำเลยถูกนายใช่หลอกลวงให้เข้าทำสัญญา จำนอง โดยจะให้จำเลยกู้เงินจำนวน 183,000 บาท แต่จำเลยมิได้รับมอบเงินกู้ตามข้อตกลง สัญญา จำนอง จึงไม่มีผลบังคับนั้นข้อเท็จจริงจากพยานจำเลยที่นำสืบกลับได้ความว่า นายกิมสุยเป็นหนี้นายใช่ตามหลักฐานสัญญากู้รวม 3 ฉบับ ตามเอกสารหมายล1.-ล.3จำเลยก็นำสืบรับว่านายกิมสุยได้ทำสัญญากู้ดังกล่าวไว้กับนายใช่ซึ่งตามสัญญากู้เอกสารหมาย ล.2 เป็นหลักฐานว่านายกิมสุยได้กู้เงินนายใช่ในปี 2511 เป็นเงิน 118,300 บาท หลักฐานการกู้ยืมที่นายกิมสุยทำให้ไว้ก็ตรงกับคำเบิกความของนายใช่ซึ่งจำเลยอ้างเป็นพยาน ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อตามที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยได้ขอกู้เงินเพิ่มจากที่นายกิมสุยค้างชำระหนี้ไว้รวมเป็นเงิน 183,000 บาทและจำเลยได้ตกลงยอมรับใช้หนี้แทนโดยทำสัญญา จำนอง เอกสารหมาย ล.4กับโจทก์ ซึ่งหากไม่เป็นความจริง จำเลยก็น่าจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้สัญญา จำนอง ไม่มีผลผูกพันจำเลย แต่จำเลยก็หาได้ทำไม่ กลับปล่อยให้สัญญา จำนอง คงอยู่มาเป็นเวลาถึง 10 ปีเศษที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4522/2530 นาง บ๊วย พงศ์ศรีศุกกร โจทก์ นาง ลำ ใย โต เลี้ยง จำเลย ป.วิ.พ. ม. 94