ฎีกาที่ 5613/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ประกอบการผลิตสุราจำหน่ายแก่ประชาชนเป็นปกติธุระถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบศิลป อุตสาหกรรม ตาม ป.พ.พ.มาตรา 165(1) การที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระราคาค่าสุราที่โจทก์ผลิตขายให้จำเลยตามสัญญา เป็นการเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของให้จำเลย สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 165.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญา เช่า โรงงานสุราจากจำเลย เพื่อให้ใช้สิทธิในการผลิตและจำหน่ายสุรา มีกำหนด 20 ปี ตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2503 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2522 โดยมีข้อกำหนดว่า ในวันสิ้นสุดการ เช่า โจทก์ต้องจัดสุราขาวจำนวน 70,000 เท สุราปรุงพิเศษแม่โขง จำนวน 1,000,000 ขวด และสุราปรุงพิเศษกวางทอง จำนวน 2,000,000 ขวาด เหลืออยู่ในโรงงานเพื่อโอนขายให้จำเลยในราคาทุนในวันสิ้นสุดสัญญา เช่า โจทก์ได้จัดสุราตามจำนวนดังกล่าวส่งมอบให้จำเลยรับไปครบถ้วนแล้ว คิดเป็นเงิน74,094,977 บาท 67 สตางค์ ซึ่งจำเลยได้นำไปโอนขายแก่ผู้ เช่า รายใหม่ และรับเงินค่าสุราแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าสุราแก่โจทก์ โดยอ้างสิทธิหักกลบลบหนี้กับเงินส่วนแบ่งกำไรสุทธิที่ยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ จำเลยต้องรับผิดใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ซึ่งโจทก์ขาดประโยชน์ รวมเป็นเงิน102,543,399 บาท 9 สตางค์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยใช้เงิน102,543,399 บาท 9 สตางค์ พร้อมค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า กรรมสิทธิ์ในสุราคงเหลือในวันสิ้นสุดสัญญา เช่า ตกเป็นของจำเลยตามสัญญา เช่า โจทก์ต้องแบ่งกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีตามประมวลรัษฏากรแก่จำเลยทุกรอบระยะเวลาบัญชีอัตราร้อยละ 25 ตลอดเวลา เช่า โดยต้องชำระภายใน 30 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติบัญชีงบดุล แต่ไม่เกิน 120 วันนับแต่วันสิ้นสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี หากผิดนัดโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี ปรากฏว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าส่วนแบ่งกำไรให้ครบถ้วนแก่จำเลย รวมเป็นเงิน 83,824,540 บาท 91 สตางค์จำเลยจึงเอาเงินค่าขายสุราจำนวน 74,094,977 บาท 67 สตางค์มาหักกลบลบหนี้ คงเหลือเงินส่วนแบ่งที่โจทก์ค้างชำระจำเลยอยู่อีก9,729,563 บาท 24 สตางค์ โจทก์ไม่มีอนำาจฟ้อง ทั้งคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในเบื้องแรกศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ตามคำแก้ฎีกาของจำเลย จำเลยยกเรื่องนี้ขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ และศาลชั้นต้นกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท ข้อ 4 แต่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ และเมื่อโจทก์อุทธรณ์ จำเลยได้แก่อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ประกอบการผลิตสุราจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นปกติธุระ ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(1) การที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระราคาค่าสุราที่โจทก์ผลิตขายให้จำเลยตามสัญญา เป็นการเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของให้จำเลย สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 โจทก์บรรยายฟ้องยืนยันว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าสุราตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2523 อันเป็นวันที่โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้ได้ โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระราคาค่าสุราเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2526 ซึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่า 2 ปีแล้ว สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงขาดอายุความโจทก์ หมดสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้ค่าสุราที่โจทก์ขายให้จำเลย เมื่อโจทก์หมดสิทธิฟ้องบังคับจำเลยแล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5613/2530 บริษัทสุรามหาคุณ จำกัด โจทก์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จำเลย ป.พ.พ. ม. 165 (1)