ฎีกาที่ 3470-3479/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 5
พ.ศ. 2518 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ บรรดาที่ราชพัสดุที่กระทรวง ทบวง กรมใดได้มาโดยการเวนคืนหรือการแลกเปลี่ยนหรือโดยประการอื่น ให้กระทรวงการคลังเข้าถือกรรมสิทธิ์...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2497 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “การเวนคืน” หมายความว่า การบังคับเวนคืนที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นตามเงื่อนไขแห่งพระราชบัญญัตินี้ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ในรั...
ย่อสั้น
เมื่อที่พิพาทยังมิได้มีพระราชบัญญัติเพิกถอนการเวนคืนจึงยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยไม่อาจยกอายุความขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินได้แม้ทางราชการยังมิได้นำที่พิพาทไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ในการเวนคืน จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะ ครอบครองปรปักษ์ แม้พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุจะบัญญัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติเวนคืนฯ ให้เวนคืนที่พิพาทแก่กรมทางหลวง กรมทางหลวงจึงเป็นผู้ครอบครองดูแลที่พิพาทโดยตรง และมีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับที่พิพาทได้
ย่อยาว
คดีทั้ง 10 สำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาพิพากษากับคดีอื่นรวม 20 สำนวน โจทก์ทั้งสิบสำนวนฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองดูแลรักษาที่สงวนของกรมทางหลวง ที่ตำบลพยุหะ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเดือนเมษายน พุทธศักราช 2485 ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางแยกจากทางหลวงประชาธิปัตย์ ฯ ในท้องที่อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ให้แก่กรมทางหลวง จำเลยได้บุกรุกเข้าไปปลูกอาคารลงในที่ดินโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่อาจใช้ที่ดินได้ตามวัตถุประสงค์ ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท ห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยทั้งสิบสำนวนให้การว่า จำเลยต่างได้ครอบครองที่พิพาทโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ และได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ที่พิพาทได้ถูกเวนคืนแก่กรมทางหลวงมิได้นำเอาที่ดินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติเวนคืนฯ ที่พิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินเดิม และที่พิพาทตกเป็นของกระทรวงการคลังตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 มาตรา 5 มาตรา 11 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์รวม 16 สำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสิบสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสิบสำนวนฎีกาว่าที่พิพาทที่เวนคืนไปนั้น โจทก์มิได้นำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการเวนคืนที่พิพาทจึงมิใช่ที่สาธารณะ จำเลยย่อมมีสิทธิ ครอบครองปรปักษ์ เห็นว่าที่พิพาทยังมิได้มีพระราชบัญญัติเพิกถอนการเวนคืน ที่พิพาทจึงยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 จำเลยจึงมิอาจยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1304 จำเลยจึงมิอาจยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1306 ได้ ที่จำเลยฎีกายกมาตรา 5 และ 11 แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ มาโต้แย้งว่าที่พิพาทเป็นของกระทรวงการคลังโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าแม้มาตรา 5 และมาตรา 11 ดังกล่าวจะบัญญัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทก็ตาม แต่ที่พิพาทคดีนี้ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางแยกจากทางหลวงประชาธิปัตย์ ฯ พุทธศักราช 2485 มาตรา 4 ให้เวนคืนที่พิพาทแก่โจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ครอบครองดูแลที่พิพาทโดยตรงโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยคดีนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3470 - 3479/2530 กรมทางหลวง โจทก์ นายถนอม เนียมณรงค์ ฯลฯ จำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 , ม. 1306 , ม. 1367 , ม. 1382 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 ม. 4 , ม. 34 พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 ม. 5 , ม. 11 ป.วิ.พ. ม. 55