ฎีกาที่ 3518-3522/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การที่ศาลจะสั่งให้หักจำนวนวันที่จำเลยถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษาออกจากโทษจำคุกตามคำพิพากษาหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจ ของศาล ตามป.อ. มาตรา 22 วรรคแรก ทั้งมิใช่กรณีที่หากโจทก์ไม่มีคำขอขึ้นมาศาลก็วินิจฉัยให้ไม่ได้.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องจำเลยห้าสำนวน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และนับโทษต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7273/2527 ของศาลอาญาด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7273/2527 ของศาลอาญา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวน ๆ ละ 1 ปี รวมเป็นลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 6 เดือน ให้นับโทษต่อกับโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7273/2527 ของศาลอาญาในระหว่างพิจารณา จำเลยต้องขังอยู่ในคดีของศาลอาญาดังกล่าวจึงไม่หักวันต้องขังในคดีนี้แต่ละคดีให้ จำเลยอุทธรณ์ขอให้หักวันที่ถูกคุมขังก่อนพิพากษาให้จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า ตามที่ศาลมีคำสั่งไม่ให้หักวันต้องขังในคดีทั้ง 5 สำนวนให้จำเลย เป็นการพิพากษาเกินคำขอเพราะโจทก์มิได้มีคำขอไม่ให้หักวันต้องขังแต่อย่างใดนั้น เห็นว่าการที่ศาลจะสั่งให้หักจำนวนวันที่จำเลยถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษาออกจากโทษจำคุกตามคำพิพากษาหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคแรก ทั้งมิใช่กรณีที่หากโจทก์ไม่มีคำขอขึ้นมาศาลก็วินิจฉัยให้ไม่ได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่หักวันคุมขังในคดีนี้ให้จำเลยจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3518 - 3522/2530 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายจรรยา ยุทธศิลป์ จำเลย ป.อ. ม. 22 ป.วิ.อ. ม. 192