ฎีกาที่ ADMIN4820/2529
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
กระทรวงการคลังตกลงให้เทศบาลเมืองสมุทรปราการเช่า ที่ดิน ราชพัสดุจัดทำประโยชน์สร้างอาคารพาณิชย์ให้บุคคลอื่นเช่าทำการค้าจำเลยเป็นผู้ก่อสร้างอาคารพิพาทบน ที่ดิน ดังกล่าวแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังโดยกระทรวงการคลังยินยอมให้จำเลยเป็นผู้เช่าอาคารหรือโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทได้สิทธิการเช่าจึงเกิดขึ้นจากนิติกรรมหรือข้อตกลงมิใช่เป็นทรัพยสิทธิแต่เป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งอาจจำหน่ายจ่ายโอนกันได้ จำเลยผู้มีสิทธิการเช่าอาคารที่พิพาทได้โอนสิทธินั้นให้แก่ผู้ร้องผู้ร้องได้ชำระเงินให้ครบถ้วนตามสัญญาและเข้าครอบครองอาคารแล้วแม้ข้อตกลงโอนสิทธิการเช่าจะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และยังมิได้มีการจดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์อาคารให้แก่กระทรวงการคลังและยังไม่ได้ชำระค่าเช่าให้แก่เทศบาลเมืองสมุทรปราการผู้เช่า ที่ดิน ดังกล่าวก็หาทำให้ข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่านั้นเป็นโมฆะไม่ผู้ร้องจึงอยู่ในฐานะที่จะเรียกร้องให้จดทะเบียนการเช่าและขอชำระค่าเช่าได้ตามสัญญาโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะนำยึดสิทธิการเช่าดังกล่าวโดยอ้างว่ายังเป็นของจำเลยหาได้ไม่.
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์ โจทก์นำยึดสิทธิการเช่าอาคารเลขที่ 795/12 ถนนกายสิทธิ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการจังหวัดสมุทรปราการ โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 1 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่ผู้ร้องแล้ว ขอให้ถอนการยึด โจทก์ทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ยังมิได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้ร้อง ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 สมคบกันฉ้อฉลโจทก์ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าว โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกา ฟังข้อเท็จจริงว่า อาคารพิพาทปลูกใน ที่ดิน ราชพัสดุของกระทรวงการคลังได้ให้เทศบาลเมืองสมุทรปราการเช่า ที่ดิน ดังกล่าว จัดทำประโยชน์สร้างอาคารพาณิชย์ให้เช่าทำการค้า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อสร้างอาคารพิพาทแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง จึงมีสิทธิเป็นผู้เช่าอาคาร หรือโอนสิทธิการเช่าได้ จำเลยที่ 1 โอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทให้แก่ผู้ร้อง และผู้ร้องได้เข้าอยู่ในอาคารพิพาทมา 2 ปีแล้ว และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สิทธิการเช่าอาคารพิพาทเกิดจากนิติกรรมหรือข้อตกลงก่อสร้างอาคารพิพาทระหว่างกระทรวงกาคลังกับเทศบาลเมืองสมุทรปราการ โดยจำเลยที่ 1เป็นผู้ก่อสร้างและมีสิทธิเช่าอาคารพิพาทหรือโอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นได้ ข้อตกลงดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หากสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งอาจจำหน่ายจ่ายโอนกันได้ เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ 1 ผู้มีสิทธิการเช่าอาคารพิพาทได้โอนสิทธินั้นให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ชำระเงินให้ครบถ้วนตามสัญญาและได้เข้าครอบครองอาคารแล้วแม้ข้อตกลงโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทจะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และยังมิได้มีการจดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์อาคารให้แก่กระทรวงการคลังและยังไม่ได้ชำระค่าเช่าแก่เทศบาลเมืองสมุทรปราการ ก็หาทำให้ข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่านั้นเป็นโมฆะไม่ ผู้ร้องอยู่ในฐานะที่จะเรียกร้องให้จดทะเบียนการเช่าและขอชำระค่าเช่าได้ตามสัญญา โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะนำยึดสิทธิการเช่าดังกล่าวโดยอ้างว่ายังเป็นของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 4820/2529 นาง ไฮ้เฮ็ก แซ่ตั้ง กับพวก โจทก์ นาย ตั้งเชียงย้ง แซ่ตั้ง ผู้ร้อง บริษัท เค.เอส.ก่อสร้างอุดรธานี จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 99 , ม. 537 , ม. 544 , ม. 1298 ป.วิ.พ. ม. 288