ฎีกาที่ 4226/2529
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
กรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระ ภาษี อากรที่ค้าง ตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ลูกหนี้จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนอีกตลอดไปจนกว่าจะชำระหนี้ตามประมวลรัษฎากร เงินเพิ่มมิให้เกินกว่าจำนวน ภาษี ที่ต้องชำระ ซึ่งย่อมหมายความว่ากฎหมายมุ่งประสงค์เพียงที่จะเรียกเอาเป็นเงินไม่เกินกว่าจำนวน ภาษี ที่ต้องชำระเท่านั้น ทั้งสองกรณีดังกล่าว จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีก หาได้ไม่ กรมศุลกากรและกรมสรรพากรโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเอา ดอกเบี้ยของเงินเพิ่มอากรขาเข้า ของเงิน ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่มเติมและของเงินเพิ่ม ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาลอีก
ย่อยาว
ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 14,326.02 บาทและเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราเดือนละ 49.17 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า"คงมีปัญหาในชั้นนี้เฉพาะค่าดอกเบี้ยของเงินเพิ่มอากรขาเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ตรี 983.56 บาทของเงิน ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่มเติม1,262.13 บาท และของเงินเพิ่ม ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาล1,262.13 บาท โจทก์จะเรียกเอาดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีอีกได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าเงินเพิ่ม ภาษี อากรขาเข้า นอกจากจะต้องเสียในอัตราร้อยละ 20 ของอากรขาเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ตรีแล้ว ยังจะต้องเสียในอัตราร้อยละ 1ต่อเดือน ต่อไปอีกจนกว่าจะชำระเสร็จ ตามมาตรา 112 จัตวา และสำหรับเงิน ภาษี การค้าและ ภาษี บำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่มเติม รวมทั้งเงินเพิ่ม ภาษี การค้าและเงินเพิ่ม ภาษี บำรุงเทศบาล ประมวลรัษฎากรมาตรา 89 ทวิ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นบัญญัติให้ผู้ประกอบการค้าที่ไม่ชำระ ภาษี ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของเงิน ภาษี ที่ต้องชำระอยู่แล้ว และกำหนดไว้ด้วยว่าเงินเพิ่มตามมาตรานี้มิให้เกินกว่าจำนวน ภาษี ที่ต้องชำระ แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่ากฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ ภาษี อากรที่ค้างไว้โดยเฉพาะแล้วทั้งสองกรณีตามพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับดังกล่าว ในกรณีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 จัตวา ลูกหนี้จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน อีกตลอดไปจนกว่าจะชำระหนี้ เทียบเคียงได้เท่ากับว่าจะต้องเสียดอกเบี้ยต่อไปในอัตราดังกล่าวอยู่แล้วนั่นเอง ส่วนในกรณีตามประมวลรัษฎากร กฎหมายกำหนดว่าเงินเพิ่มมิให้เกินกว่าจำนวน ภาษี ที่ต้องชำระซึ่งย่อมหมายความว่ากฎหมายมุ่งประสงค์เพียงที่จะเรียกเอาเป็นเงินไม่เกินกว่าจำนวน ภาษี ที่ต้องชำระเท่านั้น ทั้งสองกรณีดังกล่าว จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับดอกเบี้ยดังที่ขอมา ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาในส่วนนี้ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่คดีนี้ โจทก์ขอให้จำเลยชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของเงินอากรขาเข้าที่ต้องชำระเพิ่ม 4,917.80 บาทคิดเป็นเงินเดือนละ 49.17 บาท นับแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2529 ที่เป็นเช่นนี้เห็นได้ว่า โจทก์คำนวณเงินเพิ่มอากรขาเข้าต่อเดือน ขอรวมไว้แล้ว 120 เดือน (รวมอยู่ในยอดเงินเพิ่มทั้งหมด) ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 17 พฤษภาคม 2529 ดังนั้นที่โจทก์ขอนับตั้งแต่วันที่ 18พฤษภาคม 2529 จึงชอบด้วยเหตุผล แต่ศาล ภาษี อากรกลางกำหนดให้จำเลยชำระนับตั้งแต่วันฟ้องคือวันที่ 6 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปซึ่งนอกจากจะเกินคำขอแล้วยังเป็นการคิดย้อนถอยหลังไปซ้อนกับที่คิดรวมไว้แล้วด้วย จึงไม่ชอบข้อนี้แม้จะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลฎีกาก็ชอบที่จะแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าจำนวน49.17 บาทต่อเดือน นับแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ภาษี อากรกลางค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4226/2529 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ นางสาว ศรีนิต เลิศเสาวนิต จำเลย ป.พ.พ. ม. 224 ป.รัษฎากร ม. 89 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469