ฎีกาที่ 68/2529
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา21(4)มิได้บังคับศาลให้จำต้องทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่งทุกเรื่องทุกคดีแต่ให้อำนาจศาลทำการไต่สวนหรือไม่ทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควร ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา293ให้อำนาจลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นขอให้ศาลงดการบังคับคดีที่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยอ้างว่าถ้าตนชนะคดีแล้วสามารถหักกลบลบหนี้กันได้เมื่อจำเลยขอให้งดหรือรอการบังคับคดีที่ศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินของจำเลยตามส่วนให้เป็น ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์และห้ามมิให้จำเลยถอนเสาไฟฟ้าที่ปักอยู่ในที่ดินพิพาทดังนี้เป็นเรื่องขอให้งดการบังคับคดีทั่วไปซึ่งเป็นอำนาจของศาลที่จะมีคำสั่งงดการบังคับคดีหรือไม่ก็ได้ตามมาตรา292(2)ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาย่อมผูกพันจำเลยแม้จำเลยจะชนะคดีอาญาผลของคำพิพากษาคดีอาญาหาอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวไม่การที่จำเลยฟ้องคดีอาญาว่าโจทก์ร่วมกับเจ้าพนักงานทำพยานเอกสารอันเป็นเท็จจึงหาเป็นเหตุเพียงพอให้ศาลงดหรือรอการบังคับคดีนี้ไว้ไม่จึงไม่ต้องไต่สวนตามคำขอของจำเลย
ย่อยาว
เนื่องจาก ศาลฎีกา พิพากษา ให้ ที่ พิพาท ซึ่ง เป็น ที่ดิน ส่วนหนึ่งของ ที่ดิน มี โฉนดตก เป็น ภาระจำยอม ของ ที่ดิน มี โฉนด รวม 4แปลง ให้ จำเลยจด ทะเบียน ที่ดิน ของ จำเลย ตาม ส่วน ดังกล่าว ให้ เป็น ภาระจำยอม แก่ ที่ดิน 4 โฉนด ห้าม มิให้ จำเลย เกี่ยวข้อง ถอน เสาไฟฟ้าที่ ปัก อยู่ ใน ที่ดิน พิพาท จำเลย มิได้ ปฏิบัติ ตาม คำบังคับโจทก์ ยื่น คำขอ ให้ ศาล มี คำสั่ง จับกุม และ กักขัง จำเลย จำเลยยื่น คำร้อง ว่า จำเลย ได้ ยื่น ฟ้อง โจทก์ ทั้งสอง เป็น คดีแพ่งเรื่อง ละเมิด เรียก ค่าเสียหาย และ ฟ้อง เป็น คดีอาญา ด้วย ขอให้ศาลรอ การ บังคับคดี ไว้จน กว่า คดี ที่ จำเลย ได้ ยื่น ไว้ มี ผลเสียก่อน ศาลชั้นต้น มี คำสั่งยก คำร้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ข้อกฎหมาย ว่า 'คดี มี ปัญหา ตาม ฎีกา จำเลย ประการแรก ว่า การ ที่ ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ไม่ ให้งด หรือรอ การ บังคับคดีไว้ โดย ไม่ ทำ การ ไต่สวน คำร้อง เสียก่อน นั้น ขัด ต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (4) หรือไม่ มาตรา 21 (4)บัญญัติ ว่า 'ถ้า ประมวลกฎหมาย นี้ มิได้ บัญญัติ ไว้ ว่า ศาล ต้อง ออกคำสั่ง อนุญาต ตาม คำขอ ที่ ได้ เสนอ ต่อ ศาล นั้น โดย ไม่ ต้อง ทำการไต่สวน แล้ว ก็ ให้ ศาล มี อำนาจ ทำการ ไต่สวน ได้ ตาม ที่ เห็น สมควรก่อน มี คำสั่ง ตาม คำขอ นั้น' เห็น ว่า บทบัญญัติ ที่ ว่า ให้ ศาล มีอำนาจ ทำการ ไต่สวน ได้ ตาม ที่ เห็น สมควร ก่อน มี คำสั่ง นั้นหมายความ ว่า ถ้า ศาล เห็น สมควร ไม่ ทำการ ไต่สวน ก่อน มี คำสั่งก็ ได้ เช่น กัน บทบัญญัติ ดังกล่าว จึง มิได้ บังคับ ศาล ให้ จำต้องทำการ ไต่สวน ก่อน มี คำสั่ง ทุก เรื่อง ทุก คดี ไป แต่ ให้ อำนาจศาล ทำการ ไต่สวน หรือ ไม่ ทำการ ไต่สวน ได้ ตาม ที่ เห็น สมควรคดี ใน ชั้นนี้ ข้อเท็จจริง ปรากฏ ชัดแจ้ง ตาม คำพิพากษา ศาลฎีกาและ ตาม คำร้อง ของ จำเลย แล้ว การ ที่ ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ไม่ ให้งด หรือรอ การ บังคับคดี ตาม คำร้อง ของ จำเลย โดย ไม่ ไต่สวน ก่อนจึง หา ขัด ต่อ มาตรา 21 (4) แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ ฎีกา จำเลย ข้อ นี้ ฟัง ไม่ ขึ้น ปัญหา ประการ ต่อไป ว่า ควร ให้งด หรือรอ การ บังคับคดี ไว้ หรือไม่จำเลย ฎีกา ว่า จำเลย มี อำนาจขอ ให้ ศาลงด การ บังคับคดี ได้ ตามมาตรา 293 ศาลฎีกา เห็น ว่า มาตรา ดังกล่าว เป็นบท บัญญัติ ให้ อำนาจลูกหนี้ ตาม คำพิพากษา ที่ ได้ ฟ้อง เจ้าหนี้ ตาม คำพิพากษา เป็นคดี เรื่องอื่นขอ ให้ ศาลงด การ บังคับคดี ที่ ต้อง มี การ ขายทอดตลาด หรือ จำหน่าย ทรัพย์สิน ของตน โดย อ้าง ว่า ถ้าตน ชนะ คดีแล้ว สามารถ หักกลบลบหนี้ กัน ได้ ส่วน คดี นี้ จำเลยขอ ให้งด หรือรอ การ บังคับดคี ให้ จำเลยจด ทะเบียน ที่ดิน ของ จำเลย ตาม ส่วน ให้เป็น ภาระ จำยอม แก่ ที่ดิน ของ โจทก์ และ ห้าม มิให้ จำเลย เกี่ยวข้องถอน เสาไฟฟ้า ที่ ปัก อยู่ ใน ที่ดิน พิพาท อัน เป็น เรื่องขอ ให้งด การ บังคับคดี ทั่วไป ซึ่ง เป็น อำนาจ ของ ศาล ที่ จะ มี คำสั่งงด การ บังคับคดี หรือไม่ ก็ ได้ ตาม มาตรา 292 (2) สำหรับ เหตุ ที่ขอ ให้งด การ บังคับคดี จำเลย ฎีกา ใจความ ว่าหากผล ของ คดี อาญา ที่ จำเลย เป็น โจทก์ ฟัง ได้ ว่า จำเลย ทั้งหมด(น่า จะ หมายถึง โจทก์ ทั้งสอง ใน คดีนี้) กับ เจ้าพนักงาน ที่ดินร่วมกัน สมคบ กระทำ พยาน เอกสาร อัน เป็น เท็จ แล้ว จริงอยู่ผล ของคำพิพากษา อาจ จะ ไม่ เปลี่ยนแปลง คำพิพากษา ของ ศาลฎีกา ไป ได้แต่ ก็ อาจ มีผล ทำ ให้ การขอ พิจารณา ใหม่ หรือ มีผล ทำ ให้ ต้องเพิกถอน คำพิพากษา เห็นว่า คดีนี้ ศาลฎีกา ได้ พิพากษา ถึงที่สุด แล้วว่า ที่ดิน บางส่วน ของ จำเลยตก เป็น ภาระ จำยอม ของ ที่ดิน ของโจทก์ ให้ จำเลยจด ทะเบียน ที่ดิน ดังกล่าว ให้ เป็น ภาระ จำยอม และห้าม จำเลย เกี่ยวข้อง ถอน เสาไฟฟ้า ใน ที่ดิน พิพาท คำพิพากษา นั้นย่อม ผูกพัน จำเลย แม้ จำเลย จะ ชนะ คดี อาญา ศาล ก็ ลงโทษ โจทก์ทั้งสอง เท่านั้นผล ของ คำพิพากษา คดี อาญา จึง หา อาจ เปลี่ยนแปลงแก้ไข คำพิพากษา ศาลฎีกา ดังกล่าว ไม่ ดัง ที่ จำเลย ก็ ยอมรับ มา ในคำฟ้อง ฎีกา เหตุนี้ การ ที่ จำเลย เพียง แต่ ยื่นฟ้อง โจทก์ ทั้งสองเป็น คดีอาญา จึง หา เป็น เหตุ เพียงพอ ให้ ศาลงด หรือรอ การบังคับคดี นี้ ไว้ ไม่ คำสั่ง ศาลชั้นต้น และ คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกา จำเลย ฟัง ไม่ ขึ้น' พิพากษายืน โจทก์ ไม่ แก้ ฎีกา จึง ไม่ กำหนด ค่าทนายความ ชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2529 นาย เฉลย เทพสุยะ กับพวก โจทก์ นาง สุภรณ์ วรพันธ์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 21 , ม. 292 , ม. 293