ฎีกาที่ 3835/2529
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 11 บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะไ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 62
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 62 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 หรือมาตรา 18 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งมีสัญชาติไทย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินส...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 81 คนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ย่อสั้น
จำเลยปลอมหนังสือเดินทางของประเทศสิงคโปร์และ ปลอมเอกสาร ราชการ ของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยประทับรอยตราและบันทึกข้อความ อนุญาตให้จำเลยเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร ลงในหนังสือเดินทาง ที่จำเลยทำปลอมขึ้น เพื่อให้มีรายการครบถ้วนจะได้เดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรและอยู่ในราชอาณาจักรได้ อันเป็นการกระทำครั้งเดียว การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทต้องลงโทษ ฐาน ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็น บทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 แต่จำเลยได้นำ หนังสือเดินทางและเอกสารราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ จำเลยปลอมขึ้นดังกล่าวไปใช้ด้วย จึงต้องลงโทษฐานใช้เอกสารราชการ ของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอมแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติและสัญชาติเขมร จำเลยไม่มีหนังสือเดินทาง ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ผ่านเข้าตามช่องทางที่รัฐมนตรีประกาศ ต่อจากนั้นจำเลยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ในระหว่างนั้นจำเลยกับพวกร่วมกันปลอมหนังสือเดินทางของประเทศสิงคโปร์ ขึ้นทั้งฉบับ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประเทศสิงคโปร์ ผู้อื่นและประชาชน และจำเลยกับพวกร่วมกัน ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยประทับรอยตราและบันทึกข้อความอนุญาตให้จำเลยเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร ลงในหนังสือเดินทางที่จำเลยทำปลอมขึ้นดังกล่าว เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองและผู้อื่นหลงเชื่อว่า เป็นเอกสารราชการที่แท้จริง แล้วจำเลยนำหนังสือเดินทางที่ปรากฏรอยตราประทับ บันทึกข้อความที่จำเลยกับพวกร่วมทำปลอมขึ้นไปใช้อ้างแสดงต่อนายดาบตำรวจเฉลิม ศรีนิล เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพเพื่ออนุญาตให้จำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย การกระทำของจำเลยดังกล่าวน่าจะเกิดความเสียหายแก่นายดาบตำรวจเฉลิม ศรีนิล ผู้อื่นและประชาชนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 83, 91พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12, 18, 62, 81 และสั่งริบหนังสือเดินทางของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265, 268, 83, 91 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12, 18, 62, 81 ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางตามมาตรา 62 จำคุก 1 ปี ฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก1 ปี ฐานปลอมหนังสือเดินทางจำคุก 3 ปี ฐาน ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 8 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ริบหนังสือเดินทาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านตามช่องทางตามมาตรา 62 จำคุก 3 เดือน ความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 81 จำคุก 3 เดือน ฐานปลอมหนังสือเดินทางและฐาน ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐาน ปลอมเอกสาร ราชการตามมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก3 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยปลอมหนังสือเดินทางของประเทศสิงคโปร์และ ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยประทับรอยตราและบันทึกข้อความอนุญาตให้จำเลยเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรลงในหนังสือเดินทางที่จำเลยทำปลอมขึ้นนั้นก็เพื่อให้มีรายการครบถ้วนจะได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรและอยู่ในราชอาณาจักรได้ อันเป็นการกระทำครั้งเดียวการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐาน ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่จำเลยได้นำหนังสือเดินทางและเอกสารราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จำเลยปลอมขึ้นดังกล่าวไปใช้ด้วย จึงต้องลงโทษฐานใช้เอกสารราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอมแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยมิได้ปรับบทลงโทษจำเลยดังกล่าวด้วย จึงยังไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมหนังสือเดินทางและ ปลอมเอกสาร ราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง และใช้เอกสารปลอมดังกล่าว ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอมกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3835/2529 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายอึ้ง ชัง จำเลย ป.อ. ม. 90 , ม. 264 , ม. 265 , ม. 268