ฎีกาที่ 4130/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 เอาเหล็กขูดชาฟท์มาวางบนตักให้ผู้เสียหายเห็นในขณะนั่งติดกันอยู่ในรถยนต์โดยสารประจำทาง แล้วพูดขอแว่นตาจากผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1 หยิบเอาแว่นตาของผู้เสียหายจากกระเป๋าเสื้อ และดึงสเกลจากในสมุดผู้เสียหายไป ย่อมเป็นการ ลักทรัพย์ โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ขณะเดียวกันนั้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 และยืนอยู่ใกล้กับจำเลยที่ 1 ต่างเข้าไปหยิบทรัพย์จากกระเป๋าเสื้อและจากในมือผู้เสียหายไป แสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ทราบถึงการกระทำของจำเลยที่ 1โดยตลอด ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3ร่วมชิงทรัพย์กับจำเลยที่ 1 ด้วย การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 371, 91, 83 ให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 480 บาทแก่ผู้เสียหาย กับให้ริบเหล็กขูดชาฟท์ของกลาง จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรค 2, 76 กระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และตามมาตรา 371 อีกกระทงหนึ่งปรับ 80 บาท จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 335(9), 76 จำคุกคนละ 1 ปีลดโทษให้ตามมาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1 2 ปี 6 เดือน ปรับ 40 บาทจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำคุกคนละ 6 เดือน ให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้มีกำหนด5 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 ริบเหล็กขูดชาฟท์ และให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 480 บาทแก่ผู้เสียหาย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา 76 กึ่งหนึ่งจำคุกคนละ 6 ปี และลดโทษให้ตามมาตรา 78 อีกกึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ 1 หยิบเหล็กขูดชาฟท์มาวางบนตักให้ผู้เสียหายเห็นในขณะนั่งติดกันอยู่ในรถยนต์โดยสารประจำทางแล้วพูดขอแว่นตาจากผู้เสียหาย จากนั้นจำเลยที่ 1 ก็หยิบเอาแว่นตาของผู้เสียหายจากกระเป๋าเสื้อ และดึงสเกลของผู้เสียหายจากในสมุดผู้เสียหายไป ย่อมเป็นการ ลักทรัพย์ โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ทันทีที่จำเลยที่ 1 เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปแล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 และยืนอยู่ใกล้กับจำเลยที่ 1 ต่างเข้าไปหยิบทรัพย์จากกระเป๋าเสื้อและจากในมือผู้เสียหายไป แสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ทราบถึงการกระทำของจำเลยที่ 1โดยตลอด และหยิบเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปในระยะเวลาติดต่อกันและสถานที่เดียวกัน ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมชิงทรัพย์กับจำเลยที่ 1 ด้วย การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4130/2528 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสมชาย น้อยคำลือ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 340 วรรคสอง