ฎีกาที่ 4952/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบยียนโอน ที่ดิน ตามฟ้องแก่โจทก์ กรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองใน ที่ดิน แปลงนั้นย่อมโอนไปเป็นของโจทก์ทันทีโดยไม่ต้องกระทำการส่งมอบกันอีกการที่จำเลยยังคงยึดถือ ที่ดิน ดังกล่าวต่อไปเช่นเดิมภายหลังทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนนั้นเป็นเพียงยึดถือไว้แทนโจทก์เท่านั้น หาใช่ยึดถือเพื่อตนเองไม่ และไม่เป็นการแย่งการครอบครองหรือครอบครองปรปักษ์ต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โจทก์จึงมีสิทธิใน ที่ดิน ตามฟ้องดีกว่าจำเลย หากจำเลยจะยึดถือเพื่อตนเองโดยเจตนาเป็นเจ้าของจำเลยต้องบอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือให้โจทก์ทราบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 คำสั่งของศาลว่า ที่ดิน ตามฟ้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์นั้น ไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งมีสิทธิใน ที่ดิน ดีกว่าจำเลย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนโอนขาย ที่ดิน ให้แก่โจทก์แล้วโจทก์ได้มอบให้จำเลยดูแล ที่ดิน ดังกล่าวแทนโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ ศาลจังหวัดแพร่มีคำสั่งให้ ที่ดิน ดังกล่าวตกเป็นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของศาลจังหวัดแพร่ไม่ผูกพันโจทก์ และให้จำเลยกับบริวารออกจาก ที่ดิน โจทก์ จำเลยให้การว่า เดิม ที่ดิน เป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยได้ครอบครอง ที่ดิน โดยปรปักษ์ และศาลได้มีคำสั่งให้ ที่ดิน ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยคำสั่งศาลดังกล่าวมีผลผูกพันโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของศาลจังหวัดแพร่ไม่มีผลผูกพันโจทก์ และให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอน ที่ดิน ตามฟ้องแก่โจทก์ กรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองใน ที่ดิน แปลงนั้นย่อมโอนไปเป็นของโจทก์ทันที โดยไม่ต้องกระทำการส่งมอบกันอีกการที่จำเลยยังคงยึดถือ ที่ดิน ดังกล่าวต่อไปเช่นเดิมภายหลังทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนนั้นเป็นเพียงยึดถือไว้แทนโจทก์เท่านั้น หาใช่ยึดถือเพื่อตนเองไม่ หากจำเลยจะยึดถือเพื่อตนเองโดยเจตนาเป็นเจ้าของจำเลยต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 ซึ่งบัญญัติว่า "บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป" ตามฎีกาของจำเลยรับว่ามิได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการยึดถือไปยังโจทก์ พฤติการณ์ของจำเลยตามที่จำเลยฎีกาไม่เป็นการแย่งการครอบครองหรือครอบครองโดยปรปักษ์ต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382โจทก์จึงมีสิทธิใน ที่ดิน ตามฟ้องดีกว่าจำเลย คำสั่งของศาลจังหวัดแพร่ไม่ผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ตามฟ้องไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ใน ที่ดิน ของโจทก์จำเลยก็ต้องออกไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4952/2528 นางมาลี ไชยสงวนธรรม โจทก์ นายชื่น บุษยดิลก จำเลย ป.พ.พ. ม. 1373 , ม. 1377 , ม. 1381 , ม. 1382 ป.วิ.พ. ม. 145 (2)