ฎีกาที่ 3181/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อได้มีการบังคับคดีแพ่งโดยขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย และมีผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายในกำหนด 14 วันนับแต่วันขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยตามบทบัญญัติมาตรา 290 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและภายในกำหนด 14 วันดังกล่าวยังไม่มีการสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยนี้ในคดี ล้มละลาย ย่อมถือได้ว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่มีอำนาจโอนเงินในคดีแพ่งมาในคดี ล้มละลาย ได้ตามนัย มาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483. มาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เป็นเพียงบทบัญญัติที่วางวิธีปฏิบัติของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เป็นไปตามมาตรา 110 เท่านั้น ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้องขอเฉลี่ยไม่ถูกต้องและยังไม่มีการไต่สวนคำร้องดังกล่าว ศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบที่จะพิพากษาให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยและโจทก์ได้รับการเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ได้จากการขายทอดตลาดไปเลยทีเดียว
ย่อยาว
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยตามสัญญาซื้อขาย ต่อมาโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญายอมฯศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์จำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยขอให้ ล้มละลาย ในศาล ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยไว้เพื่อรอผลคดี ล้มละลาย เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตาม มาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้ ผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์อ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์รับเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยได้เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามว่า เนื่องจากจำเลยถูกฟ้องคดี ล้มละลาย คดีอยู่ระหว่างพิจารณา ให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยไปดำเนินการขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ต่อไป และสั่งคำร้องของโจทก์ว่าที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินที่ขายทอดตลาดได้ไว้นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์ ผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามและโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามและโจทก์ได้รับการเฉลี่ยทรัพย์จำเลยที่ได้จากการขายทอดตลาดได้ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงได้ความเบื้องต้นว่า คดีนี้ได้มีการบังคับคดีโดยขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย และผู้ร้องทั้งสามได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายในกำหนด 14 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยตามบทบัญญัติมาตรา 290 วรรคสามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และภายในกำหนด14 วันดังกล่าว ยังไม่มีการสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยคดีนี้ในคดี ล้มละลาย แต่อย่างใดจึงถือได้ว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่มีอำนาจโอนเงินในคดีแพ่งมาในคดี ล้มละลาย ได้ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483ส่วนมาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงบทบัญญัติที่วางวิธีปฏิบัติของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เป็นไปตามมาตรา 110 ดังกล่าว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น แต่คดีนี้ปรากฏว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องดังที่วินิจฉัยมาแล้ว และยังไม่ได้มีการไต่สวนคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามและโจทก์ได้รับการเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ได้จากการขายทอดตลาด จึงเป็นการไม่ชอบ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้องขอเฉลี่ยทั้งสามและคำร้องของโจทก์แล้วดำเนินการไต่สวนแล้วคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3181/2528 บริษัทศรีสยามภัณฑ์ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสินสว่าง ผู้ร้อง ผู้ร้องขอเฉลี่ย ผู้ร้อง นายศิริภพ โซนี่ กับพวก ผู้ร้อง นายชูเกียรติ สาทริยา จำเลย ป.วิ.พ. ม. 290 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 110 , ม. 111