ฎีกาที่ 3945/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในชั้นบังคับคดีหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญา จำนอง ที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับ จำนอง ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบแล้ว ศาลก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนสัญญา จำนอง ที่ดินพิพาทระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีใหม่
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาและคดีถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน23,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงนำยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 นางสาคร สายศรยื่นคำร้องว่าที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์นำยึดนั้นจำเลยที่ 2 ได้ จำนอง ไว้กับผู้ร้องผู้ร้องจึงเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ขอให้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวโดยปลอด จำนอง เอาเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่าผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิเพราะได้จดทะเบียน จำนอง ที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2521 ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท การ จำนอง จึงตกเป็นโมฆะ นอกจากนั้นการ จำนอง ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้ร้องเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน จำนอง ที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญา จำนอง ที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2ได้กระทำลงทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบหรือไม่ปรากฏจากคำร้องและสำเนาหนังสือสัญญา จำนอง ท้ายคำร้องว่าจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินพิพาทไป จำนอง ประกันเงินที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้กู้ยืมไปจากผู้ร้อง แต่การเบิกความของผู้ร้องและนางสุนีย์กลับเป็นว่าผู้กู้ยืมเงินจากผู้ร้องคือนางฐิติมา หาใช่จำเลยที่ 2 ไม่ และการจดทะเบียน จำนอง ที่ดินพิพาทได้กระทำไปขณะที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นก่อนที่จำเลยจะแถลงยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาโดยไม่ติดใจสืบพยาน แสดงว่าสัญญา จำนอง ที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรม ซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องกระทำลงโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้องเพราะโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญา จำนอง ที่ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบด้วย พิพากษาแก้เป็นว่าให้เพิกถอนสัญญา จำนอง ที่ดินพิพาทฉบับลงวันที่ 17พฤศจิกายน 2521 ระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 และให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2528 กรมสามัญศึกษา โจทก์ นางสาคร สายศร ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัดจ.สถาปัตย์ก่อสร้าง โดยนายจรูญ ศรีสว่าง จำเลย หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 จำเลย นายจรูญ ศรีสว่าง ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 702 , ม. 714 , ม. 237 ป.วิ.พ. ม. 271 , ม. 282