ฎีกาที่ 4000/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้บังคับการตำรวจภูธร. เขต 3 มีคำสั่งให้จำเลยเป็นสิบตำรวจตรีประจำกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิทำหน้าที่ผู้ช่วยเสมียนทะเบียนยานพาหนะกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิจำเลยจึงมีหน้าที่รับเงินค่า ภาษี รถยนต์และค่า ภาษี ยานพาหนะอื่น ได้ทั้งหมดแล้วนำส่งให้แก่สารวัตรการเงินและบัญชี การที่ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิมีคำสั่งให้จำเลยเป็นหัวหน้า สำหรับประเภทล้อเลื่อน ไม่มีผลเป็นการลบล้างหรือยกเลิกคำสั่ง ของกองบังคับการตำรวจภูธร เขต 3 ซึ่งเป็นหน่วยราชการ ที่เหนือกว่าได้ จำเลยยังคงมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยเสมียนทะเบียนยานพาหนะกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ อยู่เช่นเดิมเมื่อจำเลยรับเงินค่า ภาษี รถยนต์แล้วเบียดบังเป็นของจำเลย ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำเลยอ้างว่าคำสั่งของผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเพราะออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยการมอบหมายอำนาจการสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจแต่โจทก์จำเลยมิได้อ้างและนำสืบถึงระเบียบดังกล่าว จำเลยได้นำเข้าสู่สำนวนความโดยมีคำแถลงส่งต่อศาลอุทธรณ์เมื่อจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว จึงเป็นข้อที่จำเลย มิได้อ้างไว้ในศาลชั้นต้นศาลฎีการับวินิจฉัยให้ ไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157และมาตรา 352 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ให้จำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ให้จำคุก โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในแผนกทะเบียนยานพาหนะจังหวัดชัยภูมิ จำเลยได้รับเงินจากนายลมเจ้าของรถยนต์บรรทุกเพื่อชำระค่า ภาษี แล้วมิได้นำส่งสารวัตรการเงินและบัญชีตามระเบียบโดยยักยอกไว้เป็นประโยชน์ของจำเลยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ เห็นว่าผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 3 ได้มีคำสั่งให้จำเลยเป็นสิบตำรวจตรีประจำกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิทำหน้าที่ผู้ช่วยเสมียนทะเบียนยานพาหนะกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ตามเอกสารหมาย จ.3 จำเลยจึงมีหน้าที่รับเงินค่า ภาษี รถยนต์และค่า ภาษี ยานพาหนะอื่นได้ทั้งหมด และเมื่อจำเลยรับเงินค่า ภาษี ดังกล่าวแล้ว จำเลยมีหน้าที่นำส่งให้แก่สมุห์บัญชีกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิหรือสารวัตรการเงินและบัญชี การที่ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิได้มีคำสั่งตามเอกสารหมาย จ.5 ให้จำเลยเป็นหัวหน้าสำหรับประเภทล้อเลื่อนนั้น ได้ความจากพันตำรวจโทชวลิต รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิว่า คำสั่งของผู้กำกับการตำรวจภูธรฯ ไม่มีผลเป็นการลบล้างหรือยกเลิกคำสั่งของกองบังคับการตำรวจภูธรเขต 3 เพราะกองบังคับการตำรวจภูธรเขต 3 เป็นหน่วยราชการเหนือกว่ากองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ จำเลยยังคงมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนทะเบียนยานพาหนะกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิอยู่เช่นเดิม เมื่อจำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับเงินค่า ภาษี รถยนต์ เมื่อได้รับเงินค่า ภาษี รถยนต์จากผู้เสียหายแล้ว มิได้นำส่สงตามระเบียบ และได้เบียดบังเป็นของจำเลยเช่นนี้ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคำสั่งตามเอกสารหมาย จ.5 เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้กำกับการตำรวจภูธรได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยการมอบหมายอำนาจการสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2515ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2515 และศาลอุทธรณ์ได้รับวินิจฉัยให้นั้น ปรากฏว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ตลอดมา โจทก์จำเลยมิได้อ้างและนำสืบถึงระเบียบดังกล่าว จำเลยได้นำเข้าสู่สำนวนความโดยมีคำแถลงส่งต่อศาลอุทธรณ์เมื่อจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว จึงเป็นข้อที่จำเลยมิได้อ้างไว้ในศาลชั้นต้น ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีและลงโทษจำคุกจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/2528 พนักงานอัยการ จังหวัดชัยภูมิ โจทก์ จ่าสิบตำรวจ หยวก อาบสุวรรณ จำเลย ป.อ. ม. 147 , ม. 157 , ม. 352 ป.วิ.อ. ม. 195