ฎีกาที่ 109/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐาน รับของโจร ไว้ว่าเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ 1 จนถึงวันเวลาดังกล่าวในข้อ 2วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้บังอาจ รับของโจร ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำความผิดฐาน รับของโจร พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุ รับของโจร เกิดในท้องที่สองแห่งเกี่ยวพันกันและจำเลยกับพวกร่วมกัน รับของโจร ทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกลักไป แต่ทางพิจารณาได้ความว่าพบรถยนต์ของกลางอันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปในอีกท้องที่หนึ่งซึ่งต่างไปจากที่โจทก์ฟ้องข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่กระทำความผิดและทรัพย์ที่จำเลยรับไว้มิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ถือได้ว่ามิใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องโจทก์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 22,500 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357ลงโทษจำคุก 4 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามจำนวนที่ฟ้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยโจทก์ไม่ได้ระบุวันเวลาตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำผิดฐาน รับของโจร ให้จำเลยทราบแน่ชัด ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐาน รับของโจร ไว้ว่าเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ 1 (วันที่ 8 สิงหาคม 2524 เวลากลางวัน)จนถึงวันเวลาดังกล่าวในข้อ 2 (วันที่ 10 สิงหาคม 2524 เวลากลางวัน) วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้บังอาจ รับของโจร ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำผิดฐาน รับของโจร พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยฎีกาอ้างว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุ รับของโจร เกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวังเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกี่ยวพันกันแต่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความจากพยานโจทก์ว่า ผู้เสียหายกับพวกพบรถยนต์ของกลางติดสัญญาณไฟแดงที่สี่แยกเจริญผล เขตปทุมวัน และโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกัน รับของโจร ทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกลักไปแต่ในทางพิจารณาโจกท์นำสืบได้ความเพียงว่าพบรถยนต์ของกลางอันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปเท่านั้น เห็นว่าข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่กระทำความผิดและทรัพย์ที่จำเลยรับไว้ ทั้งมิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ จึงถือได้ว่ามิใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2528 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสอาด เฟื่องฟู จำเลย ป.อ. ม. 335 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) , ม. 192