ฎีกาที่ 2825/2527
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ในฐานะผู้รับ จำนอง ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่ จำนอง ก่อนเจ้าหนี้สามัญ แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องบังคับ จำนอง โดยตรงแต่โจทก์ก็ขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง ที่ยึดมาโดยปลอด จำนอง อันถือได้ว่าเป็นการขอให้บังคับชำระหนี้ จำนอง โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิของเจ้าหนี้ จำนอง โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ผู้ร้องทั้งเก้าซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิชอบที่จะได้รับแต่เงินที่เหลือจากการชำระหนี้ จำนอง ของโจทก์ ถ้าหากมี ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรคสุดท้าย
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากเดิมสามีจำเลยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากธนาคารโจทก์โดยเอาที่ดินจำนวน 10 แปลงมา จำนอง เป็นประกัน ต่อมาสามีจำเลยตายจำเลยทำหนังสือรับใช้หนี้ดังกล่าวและโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับใช้หนี้ซึ่งจำเลยทำให้ไว้ จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา โจทก์ขอบังคับคดียึดที่ดินทั้ง 10 แปลงมาขายทอดตลาดชำระหนี้ โดยได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินเว้นแต่ที่ดินโฉนดเลขที่ 2031 อย่างปลอด จำนอง หลังจากขายทอดตลาดแล้วผู้ร้องทั้งเก้ายื่นคำร้องขอเฉลี่ยอ้างว่า ผู้ร้องแต่ละรายต่างเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยและไม่มีทรัพย์อื่นใดที่จะยึดมาชำระหนี้ โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องทุกรายเข้าเฉลี่ยในเงินที่ขายทรัพย์สินได้ตามขอ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยเต็มจำนวนเสียก่อน จำนวนที่เหลือให้เฉลี่ยระหว่างผู้ร้องตามกฎหมาย ผู้ร้องทั้งเก้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ในฐานะผู้รับ จำนอง ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่ จำนอง ก่อนเจ้าหนี้สามัญ ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 วรรคสอง แม้โจทก์มิได้ฟ้องบังคับ จำนอง โดยตรงแต่โจทก์ก็ขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ จำนอง ที่ยึดมาโดยปลอด จำนอง อันถือได้ว่าเป็นการขอให้บังคับชำระหนี้ จำนอง โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิของเจ้าหนี้ จำนอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิ่จารณาความแพ่ง มาตรา 289 โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ผู้ร้องทั้งเก้าซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิ ชอบที่จะได้รับแต่เงินที่เหลือจากการชำระหนี้ จำนอง ของโจทก์ ถ้าหากมี ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรคสุดท้าย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2825/2527 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากระบี่ โจทก์ นายเจียงด้วง แซ่โง้ว กับพวก ผู้ร้อง นางต้าฮั้ว แซ่หึง จำเลย ป.พ.พ. ม. 702 วรรคสอง ป.วิ.พ. ม. 289 , ม. 290