ฎีกาที่ 3595/2527
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ไม่มีพยานมาสืบแสดงว่าก่อนจำเลยจะมารอรับคนร้ายที่ ฆ่า ผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น จำเลยได้รู้หรือมีเหตุการณ์ที่จำเลยควรจะรู้ว่าคนร้ายจะไป ฆ่า ผู้ตายแล้วให้จำเลยรอรับเพื่อพาหลบหนี อันเป็นการแบ่งหน้าที่กันลำพังเพียงจำเลยมารอรับคนร้ายและพาหลบหนีไปดังกล่าว จะถือว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับคนร้ายหาได้ไม่ เพราะจำเลยอาจเพิ่งทราบว่าคนร้ายยิงผู้ตายภายหลังเกิดเหตุก็ได้ทั้งการที่จำเลยมิได้มาทำงานตามปกติหาใช่เหตุผลแสดงว่าจำเลยร่วมกับคนร้าย แต่อาจเนื่องมาจากจำเลยกลัวความผิดที่พาคนร้ายหลบหนีก็ได้ คดีจึงลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกับคนร้าย ฆ่า ผู้ตายหาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกับนายสันติซึ่งยังจับตัวไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อนายสันต์ สามีจำเลยยิงผู้ตายแล้วได้ถือปืนวิ่งออกมาจากที่เกิดเหตุไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับมารออยู่หลบหนีไป วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาต่อไปมีว่า การที่จำเลยมารอรับและพาคนร้ายหลบหนีไปนั้นเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานนำสืบแสดงว่าก่อนจำเลยจะมารอรับคนร้าย จำเลยได้รู้หรือมีเหตุการณ์ที่จำเลยควรจะรู้ว่าคนร้ายจะไป ฆ่า ผู้ตาย แล้วให้จำเลยรอรับเพื่อพาหลบหนี อันเป็นการแบ่งหน้าที่กัน ลำพังเพียงจำเลยมารอรับคนร้ายและพาหลบหนีไปดังกล่าว จะถือว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับคนร้ายหาได้ไม่ เพราะจำเลยอาจเพิ่งทราบว่าคนร้ายยิงผู้ตายภายหลังเกิดเหตุก็ได้ ทั้งการที่จำเลยมิได้มาทำงานตามปกติหาใช้เหตุผลแสดงว่าจำเลยร่วมกับคนร้าย แต่อาจเนื่องมาจากจำเลยกลัวความผิดที่พาคนร้ายหลบหนีก็ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3595/2527 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางเสาวภา หรือแดง พรหมพิงค์ จำเลย ป.อ. ม. 83 , ม. 288