ฎีกาที่ 2531/2527
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยทั้งสองกับพวกมาที่บ้านผู้เสียหาย จำเลยที่ 1ถือปืนสั้นขึ้นไปบนชานบ้านจำเลยที่ 2 กับพวกอีก 3 คนถือมีดสั้นคนละเล่มยืนอยู่ที่เชิงบันไดบ้านจำเลยที่ 1 ร้องเรียกชื่อผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ขานรับเพราะกลัว แล้วผู้เสียหายกระโดดลงจากบ้านวิ่งหนี จำเลยทั้งสองกับพวกวิ่งไล่ติดตามไปในระยะห่างประมาณวาเศษ ผู้เสียหายวิ่งหนีขึ้นไปบนบ้านของ ส. ซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้เสียหาย ประมาณ 30 วาจำเลยกับพวกจึงหยุดและพากันกลับไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐาน บุกรุก และพยายาม ทำร้าย ร่างกายผู้เสียหายแล้ว การที่จำเลยทั้งสอง บุกรุก เข้าไปในบ้านผู้เสียหาย ด้วยเจตนาที่จะทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายกระโดดลงจากบ้านวิ่งหนี จำเลยทั้งสองกับพวกก็วิ่งตามไปในบันทึกทันใดเพื่อที่จะทำร้ายให้ได้เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องจากเจตนาเดิมยังมิได้ขาดตอนการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365, 295, 80, 83, และ 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364, 365, 295, 80, 83, 90 การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกคนละ 1 ปี โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทั้งสองกรรมตามฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสอง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ข้อแรกว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดฐาน บุกรุก เคหสถานและฐานพยายามทำร้ายร่างกายดังฟ้องโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้ ฯลฯ เชื่อได้ว่า ผู้เสียหายและนางสมัยได้เห็นจำเลยที่ 1 ยืนบนชานบ้านและเห็นจำเลยที่ 2 ยืนอยู่ที่เชิงบันไดพร้อมกับพวกจริง สาเหตุที่จำเลยทั้งสองกับพวกมาที่บ้านผู้เสียหายน่าจะเนื่องมาจากกรณีที่เกิดชกต่อยกันในตอนเย็นวันนั้นแสดงให้เห็นเจตนาที่จะมาทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายกระโดดลงจากบ้านวิ่งหนีจำเลยทั้งสองกับพวกยังไล่ติดตามไปอีกจนถึงบ้านของนางสมรซึ่งอยู่ห่างประมาณ 30 วา ส่อเจตนาให้เห็นว่าจะต้องทำร้ายผู้เสียหายให้ได้ ฯลฯ จำเลยทั้งสองกับพวกวิ่งไล่ตามผู้เสียหายห่างวาเศษเท่านั้น ฯลฯ การที่จำเลยทั้งสองกับพวกวิ่งไล่ติดตามผู้เสียหายไปนี้ หากจำเลยทั้งสองกับพวกไม่เห็นนายสมกูลกับนางสมรลงมาจากบ้านและผู้เสียหายวิ่งหนีไม่ทันก็อาจถูกจำเลยทั้งสองกับพวกซึ่งมีอาวุธปืนสั้นและมีดสั้นที่ถืออยู่ทำร้ายเอาได้เพราะระยะห่างกันเพียงวาเศษเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐาน บุกรุก เคหสถานและฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้เสียหายดังฟ้องโจทก์ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐาน บุกรุก เคหสถานและความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายต่างเป็นความผิดในตัวเองสามารถแยกออกจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองกับพวก บุกรุก เข้าไปในบ้านผู้เสียหายก็ด้วยเจตนาที่จะทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายกระโดดจากบ้านวิ่งหนี จำเลยทั้งสองกับพวกก็วิ่งไล่ติดตามไปในทันทีทันใดเพื่อจะทำร้ายให้ได้ เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องจากเจตนาเดิมยังมิได้ขาดตอนการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งต้องลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2531/2527 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์ นายมาลัย สุดคล้าย กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 80 , ม. 90 , ม. 91 , ม. 295 , ม. 364 , ม. 365