ฎีกาที่ 1747/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องผู้ค้ำประกันให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันในกรณี ม.ทุจริตต่อหน้าที่ โดยบรรยายฟ้อง ระบุวันเวลาและประเภทของทรัพย์ตลอดจนการกระทำของ ม. ที่รับเงินจากลูกค้าของบริษัทโจทก์ไม่นำมาชำระให้โจทก์ กลับนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวและไม่มาทำงานโจทก์แจ้งความร้องทุกข์และพนักงานสอบสวนออกหมายจับ ม. แล้วไม่ต้องบรรยายรายละเอียดว่า ม. เก็บเงินจากลูกค้าชื่ออะไร กี่รายรายละเท่าใด ก็เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 18,996 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้องหมายเลข 4 สัญญาดังกล่าว ข้อ 2 มีใจความว่า "ผู้ค้ำประกัน (จำเลย) ยอมรับผิดร่วมกับนายมนตรี แสงศรี ในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในอันที่จะชดใช้ค่าเสียหายทั้งปวงอันเกิดจากการทุจริตต่อหน้าที่ของนายมนตรี แสงศรี เช่น ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก ฯลฯ" ด้วยเหตุนี้ความสำคัญในการที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันจึงอยู่ที่นายมนตรีได้กระทำทุจริตต่อหน้าที่ของตนหรือไม่ โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2522นายมนตรีได้รับเงินค่าเครื่องปรับอากาศและค่าติดตั้งเครื่องปรับอากาศจากลูกค้าของบริษัทโจทก์เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 18,996 บาท ซึ่งนายมนตรีมีหน้าที่จะต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวมาชำระให้แก่บริษัทโจทก์ แต่นายมนตรีกลับนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวและไม่ยอมมาทำงานที่บริษัทโจทก์ตลอดมาจนกระทั่งบัดนี้ การที่นายมนตรีได้ยักยอกเงินของบริษัทโจทก์ โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับนายมนตรีไว้แล้ว จึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดถึงการกระทำที่เป็นการทุจริตของนายมนตรี อันเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว เพราะได้ระบุถึงวันเวลาและประเภทของทรัพย์ ตลอดจนการกระทำของนายมนตรีที่เป็นการทุจริตพอที่จำเลยจะเข้าใจได้ดีพอสมควร หาจำต้องบรรยายถึงรายละเอียดว่าเงินจำนวนนี้นายมนตรีเก็บจากลูกค้าชื่ออะไรบ้าง จำนวนกี่ราย รายละเท่าใด ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ ฟ้องของโจทก์จึงถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2526 บริษัทเฟรดริก อินเตอร์เนชั่นแนลฯ จำกัด โจทก์ นายคมสัน สมสุวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 172