ฎีกาที่ 4006/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574(8) บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใช้อำนาจปกครองทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต ดังนั้นการที่จำเลยซึ่งเป็นมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองของบุตรผู้เยาว์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงที่จะโอนบ้านและที่ดินพิพาทซึ่งบุตรผู้เยาว์มีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ด้วยให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ท.บิดาผู้ตายแต่ผู้เดียว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมของ ท. จึงฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการ มรดก ของร้อยตรีพิทักษ์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งทรัพย์ มรดก ของผู้ตายกับโจทก์ นายทองทิพย์ นางบุญชื่นและนายวิฑูรย์ โดยจำเลยยอมสละ มรดก ส่วนของตนในบ้านเลขที่ 111/11 พร้อมที่ดินให้แก่นายทองทิพย์ และให้จำเลยไถ่ถอนบ้านและที่ดินดังกล่าวโดยใช้เงินจากกอง มรดก ต่อมานายทองทิพย์ถึงแก่กรรม ก่อนตายนายทองทิพย์ได้ทำพินัยกรรมยกบ้านและที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์และนางบุญชื่น ครั้นครบกำหนดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ยอมไถ่ถอนจำนองบ้านและที่ดินพิพาทขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยให้การว่าเป็นลายมือชื่อปลอม นายทองทิพย์ไม่ใช่ทายาทไม่มีสิทธิเข้าเป็นคู่สัญญา สัญญาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เป็นการตกลงประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่เรียกทรัพย์ มรดก ส่วนแบ่งของตนตามส่วนที่จะพึงได้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 มีข้อความว่า"ฝ่ายที่ 1 (จำเลย) ยอมสละ มรดก ส่วนของตนในบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่ฝ่ายที่ 2(นายทองทิพย์ อินสุวรรณ) ฝ่ายที่ 1 รับ มรดก ส่วนของตนเพียงเท่าที่เหลืออยู่ในทรัพย์สินอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในสัญญานี้ เมื่อได้แบ่งให้บุตรทั้งสามของฝ่ายที่ 1ให้ได้รับเต็มส่วนและกอง มรดก ได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น" สัญญาข้อ 6 มีข้อความว่า "ให้ฝ่ายที่ 1 จัดการไถ่ถอนจำนองบ้านและที่ดินตามที่ระบุไว้ในข้อ 1 โดยใช้เงินจากกอง มรดก เฉพาะบ้านและที่ดินพิพาทที่จำนองไว้กับบริษัทไทยเงินทุนพัฒนาจำกัด ให้ฝ่ายที่ 1 จัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อโอนใส่ชื่อฝ่ายที่ 2 ให้แล้วเสร็จภายใน1 ปี นับแต่วันทำสัญญานี้" ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความที่ว่าจำเลยตกลงจะไถ่ถอนจำนองบ้านและที่ดินพิพาทแล้วโอนใส่ชื่อนายทองทิพย์ตามสัญญาข้อ 6 นั้น ย่อมจะมีผลทำให้บ้านและที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทองทิพย์แต่ผู้เดียว อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิการรับ มรดก ของผู้เยาว์ทั้งสาม ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574(8) บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใช้อำนาจปกครองทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็กเว้นแต่ศาลจะอนุญาต คดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองได้รับอนุญาตจากศาลให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแต่ประการใด ข้อตกลงที่จำเลยจะโอนบ้านและที่ดินพิพาทซึ่งผู้เยาว์ทั้งสามมีส่วนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทองทิพย์แต่ผู้เดียวจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายทองทิพย์จึงฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4006/2526 นายสรศักดิ์ บุญยรักษ์ โจทก์ นางนิรันดร อินสุวรรณ จำเลย ป.พ.พ. ม. 850 , ม. 1574 (8)