ฎีกาที่ 3905/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยมาแล้ว 4 ครั้ง จนศาลมีคำสั่งกำชับว่านัดหน้าจะไม่ยอมให้เลื่อนคดีอีกไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆครั้นถึงวันนัดตามที่เลื่อนมาทนายจำเลยกลับยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและจำเลยก็ไม่มาศาลตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบชอบแล้ว ในวันนัดสืบพยานจำเลย. จำเลยและทนายจำเลยมิได้มาศาลเพียงแต่ทนายจำเลยมอบฉันทะ ให้เสมียนทนายนำคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยมายื่นโดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแต่ประการใด แม้คำร้องของทนายจำเลยที่ขอถอนตัวนั้นเท่ากับขอเลื่อนคดีอยู่ในตัว. แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้สั่งอนุญาตให้ถอนตัว ทนายจำเลยก็ยังมีฐานะเป็นคู่ความอยู่ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิเคราะห์สั่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีได้ว่าสมควรจะให้เลื่อนไปหรือไม่ เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความให้ว่าต่างและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตน ก็จะต้องรับผิดชอบในการกระทำของทนายความที่ตนแต่งตั้งจำเลยจะอ้างว่าการที่ทนายจำเลยขอถอนตัวมิใช่ความผิดของจำเลยและจำเลยไม่ทราบล่วงหน้า ชอบที่ศาลจะให้สืบพยานจำเลยต่อไป หาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่า ที่ดิน และอาคารของโจทก์โดยไม่มีกำหนดเวลา ต่อมาโจทก์จะขาย ที่ดิน และอาคารดังกล่าว จึงได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยให้จำเลยขนย้ายออกไป จำเลยไม่ยอมออก ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปและใช้ค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จริง แต่ ที่ดิน และอาคารพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย ทั้งไม่ได้บอกกล่าวเรื่องจะขาย ที่ดิน และอาคารพิพาทให้จำเลยทราบตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยขอเลื่อนสืบพยานจำเลยมาหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายทนายจำเลยขอถอนตัว ศาลเห็นว่าจำเลยจงใจประวิงคดี ถือได้ว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ จึงให้งดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวารให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยเป็นการไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าในวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยและทนายจำเลย มิได้มาศาล เพียงแต่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยมายื่นโดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแต่ประการใด แม้คำร้องของทนายจำเลยที่ขอถอนตัวนั้นเท่ากับขอเลื่อนคดีอยู่ในตัว แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้สั่งอนุญาตให้ถอนตัว ทนายจำเลยก็ยังอยู่ในฐานะเป็นคู่ความอยู่ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิเคราะห์สั่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีได้ว่าสมควรจะให้เลื่อนไปหรือไม่ คดีนี้จำเลยขอเลื่อนคดีมาแล้วถึง 4 ครั้งจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำชับว่านัดหน้าจะไม่ยอมให้เลื่อนคดีอีกไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยกลับยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและจำเลยก็ไม่มาศาล ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า ที่จำเลยกล่าวในฎีกาว่า การที่ทนายจำเลยขอถอนตัวมิใช่ความผิดของจำเลยและจำเลยไม่ทราบล่วงหน้า ชอบที่ศาลจะให้สืบพยานจำเลยได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตน ก็จะต้องรับผิดชอบในการกระทำของทนายความที่ตนแต่งตั้ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3905/2526 นางจินดา อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์ นายสม ด่านศิริชัย จำเลย ป.วิ.พ. ม. 30 , ม. 40 , ม. 60 , ม. 62 , ม. 64 , ม. 65