ฎีกาที่ 3144/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่รับก็ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างจากจำเลย ซึ่งประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีทั้งสองเนื่องจากมูลฐานเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีหลังจึงเป็นฟ้องซ้ำ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยโจทก์มิได้กระทำความผิด โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยต่อศาล แรงงาน กลาง ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะเลิกจ้าง โดยให้นับอายุการทำงานติดต่อกันเสมือนหนึ่งไม่มีการเลิกจ้าง จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานแต่ไม่จ่ายเงินค่าจ้างให้โจทก์ในระหว่างเลิกจ้าง ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายเงินค่าจ้างในระหว่างเลิกจ้างพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์มิได้ทำงานให้แก่จำเลยในระหว่างเลิกจ้าง จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างจากจำเลยเป็นการตอบแทนการทำงาน ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาล แรงงาน กลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างที่ถูกเลิกจ้าง แต่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเพราะเหตุเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำและคดีไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานโดยอ้างเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม หากไม่รับก็ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คดีถึงที่สุดโดยศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะเลิกจ้างโดยให้นับอายุงานติดต่อกันเสมือนหนึ่งไม่มีการเลิกจ้าง การที่โจทก์ถูกจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมนั้น นอกจากเป็นมูลฐานให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมแล้วยังก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะเรียกค่าเสียหายหรือค่าจ้างที่โจทก์ควรจะได้รับในระหว่างถูกเลิกจ้างได้ สิทธิดังกล่าวมีอยู่ก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีเดิม เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อนขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงาน แต่ไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าจ้างที่ควรจะได้รับในระหว่างถูกเลิกจ้างมาในคราวเดียวกัน กลับมาฟ้องเรียกค่าจ้างในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างจากจำเลยในคดีนี้ ซึ่งประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีทั้งสองเนื่องจากมูลฐานเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน ฯ มาตรา 31 ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยข้ออื่นอีก พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3144/2526 นายอนันต์ สุขเกษม โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย ป.วิ.พ. ม. 148 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 , ม. 49