ฎีกาที่ 3512/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยยื่นคำร้องฉบับหลังโดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้องฉบับแรกว่า การที่โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความและสมควรยกเลิกการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องฉบับแรกของจำเลย และเป็นที่สุดแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับหลังอีกจึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้กับให้จำเลยที่ 2 ที่ 3ร่วมรับผิดตามสัญญา ค้ำประกัน คู่ความประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยที่ 1ที่ 2 จะผ่อนชำระให้โจทก์ หากผิดนัดให้บังคับเอาแก่จำเลยที่ 3 ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดสัญญา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 แต่ไม่พอชำระหนี้ จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยังมีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขอให้ยกเลิกการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน โจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มีทรัพย์สินอื่นตามที่จำเลยที่ 3กล่าวอ้าง ขอให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 3 ขอเลื่อนการไต่สวนรวม 7 ครั้ง ครั้นถึงวันนัดไต่สวนครั้งที่แปดฝ่ายจำเลยที่ 3 ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวน ให้ยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวนเสีย ต่อมาจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินค่าจ้างของจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยที่ 3 ทั้งสองฉบับดังกล่าวมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกันความว่า การที่โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3เป็นการไม่ชอบด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความ และสมควรจะยกเลิกการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องฉบับแรกของจำเลยที่ 3 เพราะไม่มีพยานมาสืบในชั้นไต่สวน แล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ข้อที่จำเลยที่ 3 อ้างและมีคำขอต่อศาลจึงรับฟังไม่ได้ และเป็นที่สุดการที่จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องฉบับหลังอีก โดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้องฉบับแรกจึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3512/2526 บริษัทมหาชนทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายปรีชา เจือสกุล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 144