ฎีกาที่ 3590/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์มิได้บอกกล่าวบังคับ จำนอง ทางหนังสือพิมพ์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ได้ส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยทุกคนตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในสัญญา จำนอง ด้วย การ จำนอง ของจำเลยเป็นการ จำนอง ร่วมกัน ดังนั้น แม้จำเลยบางคนอาจไม่ได้รับคำบอกกล่าว แต่เมื่อจำเลยอื่นได้รับทราบคำบอกกล่าวบังคับ จำนอง จากโจทก์แล้ว ก็มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าจำเลยทุกคนย่อมต้องทราบเช่นกัน การบอกกล่าวบังคับ จำนอง จึงชอบแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้กู้เงินไปจากโจทก์โดยจำเลยทั้งห้าได้นำที่ดินมา จำนอง เป็นประกัน ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้และไถ่ถอน จำนอง แต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย จึงขอให้พิพากษาและบังคับ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การต่อสู้คดีหลายประการ และต่อสู้ว่าการบอกกล่าวบังคับ จำนอง ทางหนังสือพิมพ์เป็นการไม่ชอบ จำเลยไม่เคยได้รับคำบอกกล่าวบังคับ จำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง ถ้าไม่ชำระให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดบังคับ จำนอง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้บอกกล่าวบังคับ จำนอง ทางหนังสือพิมพ์แต่เพียงอย่างเดียว แต่ทนายโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกกล่าวบังคับ จำนอง ไปยังจำเลยทุกคนด้วย โดยเฉพาะจำเลยที่ 3 โจทก์มีใบตอบรับตามเอกสารหมาย จ.16ซึ่งมีผู้ลงชื่อรับหนังสือบอกกล่าวบังคับ จำนอง ไว้แทนจำเลยที่ 3 เป็นหลักฐานด้วยข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้รับคำบอกกล่าวบังคับ จำนอง จากโจทก์แล้วส่วนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 นั้น เมื่อได้ตรวจสอบหนังสือบอกกล่าวบังคับ จำนอง ที่มีถึงจำเลยทั้งสามก็ปรากฏว่า โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวบังคับ จำนอง แก่จำเลยทั้งสามตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในหนังสือสัญญา จำนอง โดยเฉพาะจำเลยที่ 4โจทก์มีใบรับเอกสารหมาย จ.15 ซึ่งมีผู้ลงชื่อรับแทนจำเลยที่ 4 เป็นหลักฐานด้วยส่วนจำเลยที่ 5 ก็ปรากฏว่า จำเลยที่ 5 เป็นภริยาของจำเลยที่ 3 จึงย่อมจะต้องทราบคำบอกกล่าวบังคับ จำนอง แล้ว สำหรับจำเลยที่ 2 แม้จะปรากฏข้อความบันทึกไว้ที่หน้าซองหนังสือบอกกล่าวว่าบ้านรื้อถอนไปแล้วก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็มิได้ จำนอง ประกันเงินกู้ของจำเลยที่ 1 แต่เพียงผู้เดียวซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าจำเลยที่ 2ยังไม่ทราบคำบอกกล่าวแต่จำเลยที่ 2 ได้ จำนอง ร่วมกับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4และจำเลยที่ 5 เมื่อจำเลยอื่นได้รับทราบคำบอกล่าวบังคับ จำนอง จากโจทก์จึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่า จำเลยที่ 2 ก็ย่อมจะต้องทราบเช่นกัน นอกจากนั้นจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ก็มิได้นำสืบปฏิเสธเป็นอย่างอืนข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ได้รับทราบคำบอกกล่าวบังคับ จำนอง จากโจทก์แล้วเช่นกัน แต่ที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมรับผิดในต้นเงิน 860,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2520 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มิได้เป็นลูกหนี้ร่วมแต่เป็นผู้ที่นำอสังหาริมทรัพย์ของตนมา จำนอง เป็นประกันตามวงเงินที่กำหนดในสัญญา จำนอง เท่านั้น จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 จึงไม่ต้องรับผิดเกินวงเงินตามสัญญา จำนอง พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะส่วนความผิดของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญา จำนอง แต่ละฉบับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3590/2526 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โจทก์ นายฉลอง วัฒนกุญชร กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 728