ฎีกาที่ 3844/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิด สัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ แม้โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการผิด สัญญา ของจำเลยเป็นจำนวนเท่าใดศาลก็กำหนดค่าเสียหายให้ตามสมควรแก่พฤติการณ์ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงซื้อไม้จากจำเลยทั้งสองโดยวางเงินมัดจำไว้ต่อมาจำเลยนำไม้นั้นไปขายให้แก่บุคคลอื่นทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินมัดจำและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิด สัญญา เพราะไม่ชำระเงินค่าไม้ภายในกำหนดตาม สัญญา จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินมัดจำและขายไม้แก่บุคคลอื่นได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินมัดจำและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อฝ่ายใดประพฤติผิด สัญญา ฝ่ายนั้นก็มีหน้าที่จะต้องรับผิดในความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นเนื่องจากการผิด สัญญา นั้น และอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 บัญญัติไว้ คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิด สัญญา โดยเอาไม้ที่ตกลงจะขายให้โจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่นเสียในขณะที่ สัญญา ยังมีผลผูกพันกันอยู่เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิด สัญญา โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ส่วนจำนวนค่าเสียหายนั้น แม้โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจำนวนเท่าใดศาลก็กำหนดค่าเสียหายให้ตามสมควรแก่พฤติการณ์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3844/2526 นายบัญชา กาญจนทวี โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเด่นชัยพนา กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 222 , ม. 453