ฎีกาที่ 2928-2934/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 6
พ.ศ. 2479 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 6 ห้ามมิให้บุคคลปลูกสร้างอาคารอย่างใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 11
พ.ศ. 2479 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 11 ผู้ใดปลูกสร้างอาคารโดยมิได้รับอนุญาตก็ดี ปลูกสร้างอาคารผิดแผกจากแผนผังแบบก่อสร้างหรือรายการที่ได้รับอนุญาตก็ดี หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุไว้ในหนัง...
ย่อสั้น
การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหายเป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช้ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีที่ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่ให้จำเลยสืบแก้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมายเพราะในปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้
ย่อยาว
คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทุกสำนวนในทำนองเดียวกันว่า จำเลยแต่ละสำนวนได้ปลูกสร้างดัดแปลงอาคารตึกแถว โดยต่อเติมขยายพื้นที่ด้านหลังอาคารตึกแถวชั้นล่างของจำเลยแต่ละห้องเป็นเพิงลาดมีหลังคากว้าง 3 เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายและการดัดแปลงต่อเติมอาคารของจำเลยแต่ละสำนวนดังกล่าวได้ บุกรุก เข้าไปในโฉนดที่ดินของโจทก์ร่วมเพื่อถือการครอบครองที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำนั้นทั้งหมดและเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (3) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479ฯลฯ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดฐาน บุกรุก ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (3) จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 มีความผิดลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 มาตรา 6, 11 ฯลฯ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 6 ฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้ง 7 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับจำเลยที่ 7 และยกฟ้องในข้อหา บุกรุก สำหรับจำเลยทุกคน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 7 ในข้อหาดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดในข้อหา บุกรุก โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดฐาน บุกรุก จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกาขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้น การกระทำผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ในปัญหาว่าจำเลยที่ 7 มีความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 7 มิได้ดัดแปลงต่อเติมอาคารจำเลยที่ 7 จึงไม่มีความผิด ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ในข้อหาดัดแปลงต่อเติมอาคารสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ขาดอายุความหรือไม่นั้น ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ว่าตามฟ้องของโจทก์คดีของโจทก์ ไม่ขาดอายุความจำเลยมิได้นำสืบให้ปรากฏว่าได้มีการต่อเติมอาคารเมื่อไร จึงยังไม่พอฟังว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา จึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะฟังตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่มาให้จำเลยสืบแก้ตัว เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมาย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงใหม่ แล้วฟังว่าคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ในความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารขาดอายุความ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ขาดเจตนา บุกรุก จึงไม่มีความผิดฐาน บุกรุก ตามฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ทราบดีว่าที่ดินพิพาทหลังตึกแถวเป็นของโจทก์ร่วมเพราะจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ซื้อที่ดินจากโจทก์ร่วมโดยตรง การที่จำเลยทั้งสามต่อเพิงเป็นลักษณะถาวรออกไปในที่พิพาทย่อมเป็นเจตนาเพื่อถือการครอบครองที่ดินบริเวณที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำทั้งหมดเป็นของจำเลยทั้งสาม จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) พิพากษาแก้ ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365 (3) แต่ให้ยกฟ้องในข้อหาดัดแปลงหรือต่อเติมอาคาร ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2928 - 2934/2526 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายสุรศักดิ์ ตันธนวิกรัย กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 365 (3) ป.วิ.อ. ม. 2 (4) , ม. 174 , ม. 218 , ม. 222 พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522