ฎีกาที่ 3940/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่บริษัทจำเลยให้ ธ.เป็นผู้จัดการเกี่ยวกับสัญญา เช่าซื้อ ที่โจทก์ทำกับบริษัทจำเลย เช่นเมื่อบริษัทจำเลยส่งสัญญา เช่าซื้อ และเอกสารบางอย่างไปที่ร้านของ ธ.แล้วธ.นำไปให้โจทก์ลงชื่อในฐานะผู้ เช่าซื้อ และส่งกลับไปให้บริษัทจำเลยจนสำเร็จเป็นสัญญา เช่าซื้อ ตลอดจนเมื่อโจทก์ชำระเงินค่าทะเบียนรถยนต์พิพาทให้บริษัทจำเลยบริษัทจำเลยก็ได้ส่งทะเบียนรถไปให้โจทก์โดยผ่าน ธ.และในการชำระเงินค่า เช่าซื้อ ธ.ก็เป็นผู้รับจากโจทก์แล้วเป็นผู้จัดส่งไปให้บริษัทจำเลย ครั้งสุดท้ายเมื่อโจทก์แจ้งให้บริษัทจำเลยทราบว่า โจทก์ได้ชำระเงินให้กับ ธ.ครบถ้วนแล้วขอให้บริษัทจำเลยโอนทะเบียนรถยนต์พิพาทให้โจทก์ บริษัทจำเลยก็แจ้งให้โจทก์ทราบว่าจะจัดการปัญหาระหว่างโจทก์กับ ธ.ซึ่งต่อมาบริษัทจำเลยก็ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า ธ.รับเงินค่างวดครั้งสุดท้ายไว้จากโจทก์จริงและบริษัทจำเลยได้ให้ ธ.ส่งให้แก่บริษัทจำเลยแล้วพฤติการณ์ที่ ธ.กับบริษัทจำเลยปฏิบัติต่อกันดังกล่าวมาย่อมถือได้ว่า ธ.เป็นตัวแทนเชิดของบริษัทจำเลย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ รถยนต์จากจำเลย 1 คัน โดยทำสัญญา เช่าซื้อ ผ่านนายธงชัยหรือธงชนะซึ่งเป็นตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลย ในการ เช่าซื้อ รถยนต์ดังกล่าวนี้ โจทก์ขายรถยนต์ของโจทก์ 1 คัน ให้กับบริษัทประชายนต์ จำกัด สาขานครราชสีมาซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยโดยตีราคารถยนต์ที่โจทก์ขายเป็นเงินดาวน์ในราคา 50,000 บาท และโจทก์จ่ายเงินอีก 2,000 บาทเป็นค่าทำสัญญา การชำระเงินแบ่งเป็น 30 งวด ๆ ละ 1 เดือน ๆ ละ 3,129 บาท ครั้งสุดท้ายโจทก์ชำระเป็นเงินสดเพื่อตัดงวดทั้งหมดจำนวน 60,000 บาท โดยผ่านนายธงชนะตัวแทนของจำเลย และยังคงค้างชำระอีกเพียง 2,000 บาท ซึ่งโจทก์จะชำระในวันโอนสิทธิทางทะเบียน โจทก์ติดต่อให้จำเลยไปทำการโอนสิทธิทางทะเบียนให้โจทก์หลายครั้ง แต่จำเลยก็ไม่ไปโอนให้จึงขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิทางทะเบียนรถยนต์คันพิพาทให้โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นายธงชัยหรือธงชนะ และหรือบริษัทประชายนต์ จำกัด สาขานครราชสีมา ไม่ใช่ตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลย การที่โจทก์ติดต่อซื้อขายรถยนต์พิพาทกับนายธงชัยหรือธงชนะก็ดี การที่โจทก์ขายรถยนต์ของโจทก์ให้กับบริษัทประชายนต์ จำกัด สาขานครราชสีมาก็ดี ไม่ผูกพันจำเลยเพราะเป็นคนละกรณีกันไม่เกี่ยวกับการให้ เช่าซื้อ ของจำเลยตามสัญญา เช่าซื้อ โจทก์เพิ่งจะชำระค่า เช่าซื้อ ให้จำเลยเพียง 11 งวด แล้วผิดนัดตลอดมาจนบัดนี้เป็นระยะเวลาเกินกว่า 2 งวดติดต่อกัน จำเลยจึงขอบอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ กับโจทก์ ให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์ที่ เช่าซื้อ ให้จำเลยในสภาพเรียบร้อย หากโจทก์ไม่สามารถส่งมอบให้ใช้เงิน 93,870 บาท พร้อมค่าเสียหายวันละ 100 บาท จนกว่าจำเลยจะได้รับรถยนต์คืน โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ชำระเงินค่ารถยนต์ที่ เช่าซื้อ จากจำเลยให้จำเลยครบถ้วนแล้ว โดยชำระเงินดาวน์ผ่านทางบริษัทประชายนต์ จำกัด สาขานครราชสีมา ตัวแทนของจำเลย และได้ชำระเงินค่า เช่าซื้อ ให้นายธงชัยหรือธงชนะตัวแทนของจำเลยอีกคนหนึ่ง โจทก์ยังคงค้างชำระเงินค่า เช่าซื้อ รถยนต์กับจำเลยอีก 2,000 บาท ซึ่งโจทก์จะชำระให้ในวันโอนชื่อทางทะเบียน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนสิทธิทางทะเบียนของรถยนต์คันพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ตกลง เช่าซื้อ รถยนต์พิพาทกับบริษัทจำเลยแล้วนายธงชัยหรือธงชนะได้นำสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.3 ของบริษัทจำเลยไปให้โจทก์ลงชื่อในฐานะผู้ เช่าซื้อ ที่บ้านของโจทก์โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ เกี่ยวกับเอกสาร จ.3 นี้ นายอิทธิไกร ไชยวรรธนะ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย เช่าซื้อ และติดตามหนี้สินของบริษัทจำเลยเบิกความว่า ร้านธงชนะพาณิชย์ติดต่อกับบริษัทจำเลยว่า โจทก์ประสงค์กู้เงินบริษัทจำเลยโดยวิธีทำ เช่าซื้อ บริษัทจำเลยแจ้งกับร้านธงชนะพาณิชย์ว่า ในต่างจังหวัดไม่มีพนักงานส่งไป บริษัทจำเลยจึงได้ส่งสัญญา เช่าซื้อ และเอกสารบางอย่างไปให้ร้านธงชนะพาณิชย์ เพื่อให้โจทก์ลงลายมือชื่อในช่องผู้ เช่าซื้อ แล้วส่งคืนบริษัทจำเลย เมื่อบริษัทจำเลยพิมพ์สัญญาถูกต้องตรงกับความจริงที่โจทก์ต้องการ และบริษัทจำเลยลงลายมือชื่อในช่องเจ้าของแล้วส่งกลับไปให้โจทก์ นอกจากนี้เมื่อโจทก์ได้ชำระงินค่าทะเบียนรถยนต์พิพาทให้บริษัทจำเลย บริษัทจำเลยก็ได้ส่งทะเบียนรถไปให้โจทก์โดยผ่านนายธงชัยหรือธงชนะอีกดังปรากฏตามจดหมายของนายธงชัยหรือธงชนะลงวันที่ 29 มิถุนายน 2517, 3 เมษายน 2518 และ 4 กุมภาพันธ์ 2518 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.13 ทั้งในการส่งเงินค่า เช่าซื้อ ก็ปรากฏว่านายธงชัยหรือธงชนะเป็นผู้รับจากโจทก์ แล้วนายธงชัยหรือธงชนะเป็นผู้จัดการส่งให้บริษัทจำเลยอีกต่อหนึ่ง และเมื่อโจทก์แจ้งให้บริษัทจำเลยทราบว่า โจทก์ได้ชำระเงินให้กับนายธงชัยหรือธงชนะครบแล้ว ขอให้บริษัทจำเลยโอนทะเบียนรถยนต์พิพาทให้โจทก์ บริษัทจำเลยก็แจ้งให้โจทก์ทราบว่าจะจัดการปัญหาระหว่างโจทก์กับนายธงชัยหรือธงชนะ ซึ่งต่อมาบริษัทจำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า นายธงชัยหรือธงชนะได้ไปพบบริษัทจำเลยรับว่าได้รับเงินจำนวน 60,000 บาทไว้จากโจทก์ และบริษัทจำเลยได้ให้นายธงชัยหรือธงชนะจัดการเอาเงินดังกล่าวส่งบริษัทจำเลย ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.20 แผ่นที่ 2 แผ่นที่ 3 และแผ่นที่ 4 ดังนี้จะเห็นได้ว่าพฤติการณ์ที่นายธงชัยหรือธงชนะและบริษัทจำเลยปฏิบัติต่อกันดังกล่าวมา ถือได้ว่านายธงชัยหรือธงชนะเป็นตัวแทนเชิดของบริษัทจำเลยการที่โจทก์จ่ายเงินสดให้นายธงชัยหรือธงชนะไปเป็นเงิน 60,000 บาทตามเอกสารหมาย จ.15 จึงผูกพันบริษัทจำเลยด้วย ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3940/2525 นายสงวน วัฒนานันท์ โจทก์ บริษัทคอมเมอรเชียลทรัสต์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 821